บางครั้ง..ความรักของคนเราก็มองได้หลายต่อหลายมุมนะ แต่คิดว่ามุมที่น่าจะมีสาระสำคัญที่สุดน่าจะเป็นสองมุมที่ช่างแตกต่างกันมากเหลือเกิน... อาจมีหลายคนที่คิดว่าคนกันไปเรื่อยๆ ดูๆ กันไปเรื่อยๆ เป็นอย่างนี้แหละ ถ้ามันจะใช่ก็ใช่ไม่ใช่มันก็ไปของมันเอง... เหมือนไม่ได้มีจุดหมายให้กับชีวิตเลยไม่ต่างอะไรกับลอยอยู่กลางทะเลแต่ไม่มีขอนไม้ รู้เพียงแต่ว่าตัวเองมีชีวิตรอดอยู่ ณ ตอนนี้ แต่วันพรุ่งนี้ละ วันมะรืนละ วันมะเรื่อง และวันต่อต่อไปละ.....ไม่เคยคิดเผื่อเลย ถ้าคุณมัวแต่คิดอยู่แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะพบความรักที่มันแน่นอนสักครั้ง ความรักที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับคำว่ารักจริง..จริง ในขณะที่อีกหลายต่อหลายคนคิดในทางสวนกันว่าความรักของเราสองคนมันไม่ใช่แค่วันนี้พรุ่งนี้จบ เป็นตอนๆไป (ไม่ใช่ละครหลังข่าวนะ) มันต้องรักกันด้วยความรู้สึกนึกคิด รักกันด้วยความห่วงใยความปราถนาดีต่อกันและที่สำคัญรักกันด้วยหัวใจ(เป็นที่ตั้ง) ไม่ใช่รักกันด้วยแค่เพียงร่างกายสังขารภายนอกเท่านั้น ใครๆ อาจจะว่าเป็นเพียงทฤษฏีลวงโลก หากแต่คุณรู้สึกสักนิดหนึ่งของเสี้ยวความคิด แสดงว่าคุณก็สามารถเป็นผู้ที่มีความรักแบบประยุกต์ทฤษฏีมาใช้กับการปฏิบัติได้..... ไม่ยากเลยหากเราจะมานั่งตรองดูว่าความรักมันไม่ได้วาบหวามชั่ววูบ เดี๋ยวเดียวหรือว่าชั่วครั้งคราว แต่มันมากมายกว่าที่คุณคิด มันเป็นขั้นๆเลยก็ว่าได้ อาจจะเริ่มจากการที่คุณสองคนจะต้องมาสแกนกันก่อนว่าเราจะตกลงคบหาดูใจกันเลยหรือเปล่า แรกๆอาจจะมีอะไรบางอย่างที่มันขัดหูขวางตาไปบ้างช่างปะไร ในเมื่อคุณสองคนต้องศึกษาและปรับเปลี่ยนกันอีกมากมาย เมื่อคุณผ่านสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นฝ่ายต้อนรับและเยี่ยมเยียนเพื่อเข้าไปศึกษาข้อมูลในใจของกันและกันแล้ว ต่อมาคือ การได้มีส่วนหนึ่งส่วนใดของเศษเสี้ยวชีวิตประจำวันของคุณที่สามารถดำเนินชีวิตร่วมกันได้ ตัวอย่างเช่น ไปกินข้าวดูหนังฟังเพลงไปเที่ยวด้วยกัน อะไรประมาณนี้ หรือที่คุ้นหูว่าออกเดทนะแหละ มันต้องมีอยู่แล้ว เพื่อเป็นการเรียนรู้นิสัยใจคอกันในระดับเบื้องต้น ถ้าไม่ได้ไปนั่งคุยไม่ได้ไปพูดคุยสนทนากันก็จะทำให้คุณไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นยังไง (รุกหรือรับ!!! อ้าวไม่ใช่) หากคุณคิดว่าการศึกษากันเบื้องต้นนี้ ประเดี๋ยวประด๋าวได้ ก็เข้าใจผิดแล้ว ต้องอาศัยเวลานะครับ มากน้อยประการใดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทั้งคู่ว่าจะต้องใช้เวลาในการสนิทสนมกันมากน้อยแค่ไหน(แต่ถ้าวันเดียวนี่เหลือเชื่อครับ) ต้องการที่จะเข้าใจกันมากแค่ไหน กับการที่คุณจะต้องส่งผ่านความรู้สึกที่ปลาบปลื้มให้กันอีกนาน เพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ผ่านมาคนเราจะสามารถคาดคะเนถึงอนาคตได้แล้วว่า ฉันจะคบอีตานี่ต่อไปดีรึเปล่า สำหรับคำว่า "รัก" แล้ว ทั้งหมดทั้งมวลมันขึ้นอยู่กับการเจรจาของคู่กรณีทั้งสองฝั่ง ว่าจะเอากันไงกันดี สำหรับคนรักแรกหวานจ๋อยจุ๊บจิ๊บกุ๊กกิ๊กนั้น ไม่ต้องใช้อะไรมาพิจารณามากมายเลย แค่เธอรักฉัน..ฉันรักเธอ...เรารักกัน เท่านี้พอ...จิงมะ แต่...กับคนที่ต้องการรักอย่างจีรังนะ แค่นั้น...ยังไม่พอ!!! อย่างที่บอกไปแล้วว่าขึ้นอยู่กับคนสองคนที่ต้องการจะรักกัน(ซึ่งข้อนี้ใครๆ ก็รู้) การที่คนสองคนมาเจอกันจำเป็นต้องมีส่วนหนึ่งส่วนใดของชีวิตร่วมด้วยช่วยกัน อย่างน้อยๆ ก็ไปกินข้าวดูหนังฟังเพลงด้วยกัน ไปเที่ยวไปเดินซื้อของด้วยกัน มันจำเป็นต้องมีการติดต่อสัมพันธ์กันระหว่างสองคน ฉะนั้น....ถ้าคนสองคนที่มาเจอกันแล้วเข้ากันไม่ได้ละ...นั่นแสดงว่าคนสองคนมีด้านที่ไม่เหมือนกันอยู่ (การที่ไม่เหมือนกันนั้น ตัดสินตรงไหนว่าดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่ตรงที่ว่าทั้งสองคนเข้าใจในความต่างกันหรือเปล่าต่างหาก) เอาใจช่วยทุกคนที่กำลังเริ่มต้นรึไปได้ครึ่งรึไปได้หน่อยรึว่าไปได้เยอะแต่เจอะปัญหาอย่างว่าทุกคู่ครับ ...............................continued
ถ้าหากคิดจะรักใครสักคนแล้ว ต้องรู้จำ ปรับ , เปลี่ยน , ปล่อยว่าง กับบางเรื่องบ้าง มันอาจจะทำให้เรารู้สึกเบา กับความรักมากขึ้นก้อได้นะ
http://www.imeem.com/click2fern22/music/g3blPA58// อื่มๆ ..... เรารู้สีกไง แล้ว ลองนึกหากเขารู้สึกแบบเรา เขาจะเป็นไง เข้าใจกันอ่ะคับ...ลองๆ ดู
สิ่งที่เป็นตัวเชื่อมที่สำคัญพอ พอกับความรัก ในความรักทุกๆ รูปแบบ คือความเข้าใจกัน ส่วนตัวผมแล้ว.....ความรัก.....อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล แต่การที่จะให้ความรักยั่งยืนได้ มันต้องอาศัยเหตุผล ไม่เช่นนั้น ความรัก.....อาจจะ ยุติลงโดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล เช่นกัน.. เหตุผล ที่ว่านี้ คืออะไร... เหตุผลที่ว่านี้ไม่ใช่ เหตุผลทางอารมณ์ หากแต่เป็นเหตุผลทางความเป็นจริง ที่ต่างฝ่ายจำเป็นต้องเข้าใจ ในความเป็นจริง ของกันและกัน เข้าใจใน...เหตุผลของฉัน เหตุผลของเธอ และเหตุผลของเรา... การที่เราไม่เข้าใจใครสักคน เรามักจะถามกับตัวเองว่า "ทำไมเขาถึงอย่างนั้น" "ทำไมเขาถึงอย่างนี้"... ผมคิดว่า การค้นพบคำตอบของคำถามเหล่านี้ ไม่ยากเลย ถ้าเรา "มอง" ในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเป็น "มุม" ตรงกันข้าม... นี่ก็เป็นอีกหนึ่งของคำว่า "เข้าใจ" กัน เนื้อแท้แล้วไม่ยากเลยหากเราคิดอยากจะเข้าใจใครสักคน ที่ผ่านมาอาจไม่เคยคิดที่จะเข้าใจใคร ดูเหมือนจะคิดเอาแต่ตัวเองฝ่ายเดียว ไม่ว่าในสถานการณ์นั้น ใคร..จะเป็นฝ่ายผิด ถ้าเรามองทั้งสองมุม เราจะเห็นอะไร ดีๆ อีกเยอะ...
มุมมองเกี่ยวกับความรัก (เฉพาะของผมนะครับ) ความคิดเห็นส่วนตัวล้วน ๆ ไม่ได้หวังให้ใครเชื่อ หรือเห็นด้วย หรือคิดตาม สำหรับผมแล้ว ผมมองความรักและตีความมันเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ครับ 1. คุณเคยได้ยินเพลงที่ร้องว่า Love is in the air มั้ย ผมว่าไม่จริงนะ ความรักไม่ได้อยู่ในอากาศ แต่มันอยู่ที่เราเนี้ยแหละ ที่จะคิดรักใครมั้ย 2. สำหรับผม ผมว่าความรักคือความสุข 3. แต่ถ้าคิดจะมีรักต้องทำใจไว้เสมอว่าอาจจะมีทุกข์ 4. คำกล่าวที่ว่า อกหักดีกว่ารักไม่เป็น คือคำพูดของ 4.1 คนที่ยังไม่มีความรัก 4.2 คนที่ยังไม่อกหัก 4.3 คนที่ผ่านการอกหักมาจนพอทำใจได้แล้ว 5. คำว่ารักอยู่ที่ใจ เป็นข้อความเท็จ สำหรับผมครับ จริง ๆ แล้วรักอยู่ที่สมองต่างหาก ( หัวใจเป็นอวัยวะที่ทำงานเพื่อการสูบฉีดโลหิตเพียงอย่างเดียวครับ ความรู้สึกและอารมณ์ทั้งปวงอยู่ที่สมอง) ดังนั้น คิดจะรักใคร จงรักด้วยสมอง รักด้วยเหตุผล และไตร่ตรองใช้สติ ประคองความรักมันไว้ให้ดี ๆ นะครับ 6. บ่อยครั้งที่ผมต้องถอนหายใจ เวลาเห็นคนเค้ามากันเป็นคู่ ๆ เดินจู๋จี๋ จูงมือ public love affection กัน พร้อมกับแอบคิดอิจฉา และตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้ว่า "เนื้อคู่กูแม่งเกิดเหรอยังวะเนี้ย?"
-----555 เป็นความคิดที่น่ารักๆ แต่ว่า มีเหตุ มีผลแอบแฝงไว้เสมอเลยนะครับ คุณ Unyoung
ผมผ่านไปเจอกระทู้หนึ่ง จั่วหัวไว้ว่า "เชื่อมั้ยว่า เกย์ จะมีรักแท้ได้หรือเปล่า" มันทำให้ผมเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา ถ้าดูให้ดีแล้ว เกย์ คนนึงก็ไม่ได้มีอะไรที่ต่างจาก คนๆหนึ่งจะเป็นได้ เพราะฉะนั้น รักแท้ รักจริง รักมั่น รักคง ยังคงมีอยู่ ให้คนๆ นั้น ได้เจอ ศรัทธาในความรักดูนะครับ ใช้เหตุ และผล ประกอบกัน แล้วเราจะรักษา รักแท้ ไว้กับตัวได้
ความรัก ไม่ใช่เรื่องของเพศใดเพศหนึ่ง แต่อยู่ที่คน 2 คนมารักกัน เข้าใจกัน ดูแลกัน แต่ที่ยากกว่า คือ ดูแลความรักให้ยั่งยืน และยาวนาน
MK เขียน: ความรัก ไม่ใช่เรื่องของเพศใดเพศหนึ่ง แต่อยู่ที่คน 2 คนมารักกัน เข้าใจกัน ดูแลกัน แต่ที่ยากกว่า คือ ดูแลความรักให้ยั่งยืน และยาวนาน ถูกต้องแล้วคร้าบบบบบ ^^"
โจหาแฟนอยู่เหรอครับ
555+ ป่าวค้าบ พี่เอิร์ท มะได้หาแฟน มะได้หาแฟน ทำไมคิดงั้นอ่า ~~