ห้องนี้รับปรึกษาปัญหา ทั้งความรัก ครอบครัว การเปิดเผยตัว การออกเดท การใช้ชีวิตคู่ (?) สงสัย อยากถาม ก็ถามมาได้เลยนะครับ จะช่วยแนะนำตามประสบการณ์นะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จะไปถามใครดีนะครับ *เรื่องที่ทำงานก็ถามได้นะครับผม
ตอบคุณ มะเขือเทศ ในความเห็นของผมนะครับ การที่สามีไม่ยอมมีอะไรด้วย หรือดูเหมือนไม่มีความต้องการเลย ก็เป็นไปได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเพราะเขาเป็นเกย์อย่างเดียว เขาอาจจะมีปัญหาทางสุขภาพอะไรที่ทำให้ไม่สะดวก หรือไม่อยากจะมีเพศสัมพันธ์ หรือเขาอาจจะเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศน้อยกว่าปกติ หรืออาจจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์รักใคร่ระหว่างคุณสองคน ทำให้ความพิศสวาท สเน่ห์หามันจางลงไปกว่าแต่ก่อน ผมเคยได้ทราบเรื่องชีวิตคู่ชายหญิงที่สามีไม่ค่อยมีอะไรด้วยคล้ายๆ แบบนี้ แต่ในกรณีของคู่นั้น เพราะสามีไปชื่นชอบผู้หญิงคนอื่นอยู่ แบบนี้ก็เป็นไปได้นะครับ ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ของคนเรานั้นแต่ละคู่ก็แตกต่างกัน ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวและไม่มีใครผิดถูก การคาดเดาหลายๆ ครั้งมักจะไม่ถูกต้อง มองผิดไปไกลเลยก็มาก ถ้าจะพูดให้ถูกปัญหาความสัมพันธ์ของคนสองคนนั้น โดยส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการสื่อสารกันให้มากขึ้น เปิดใจคุยกัน ปรึกษากัน เพื่อให้ทราบปัญหาของอีกฝ่าย บางครั้งอาจจะเพราะเหตุผลของอีกฝ่ายมันอาจจะทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายมากทำให้ ไม่อยากบอก เพราะไม่อยากให้ต้องเสียใจไปมากกว่านี้ ผมแนะนำว่า หากอยากทราบเหตุผล ไม่ใช่จะทำอย่างไรถึงไปบังคับให้เขายอมรักว่าเป็นเกย์ แต่เปิดใจคุยกัน เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะหากคนสองคนที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ยอมเปิดใจคุยกันได้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์นั้น จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร เรื่องนี้พูดง่ายแต่ทำยาก ต้องค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากันนะครับ เอาใจช่วยนะครับ
บางทีถ้าพูด้วยอารมณ์สามีภรรยากัน อาจจะเกิดจุดที่อีกฝ่ายไม่สบายใจที่จะบอก ไม่ว่าเหตุผลนั้นอาจจะทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่าย หรืออย่างใดก็แล้วแต่ แต่ถ้าลองมานั่งคุยกันแบบเพื่อน ดูสักทีนึง คุยกันแบบเพื่อนคนหนึ่งปรึกษาเรื่องราวบางอย่างกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง โดยเราพยายามที่จะไม่แสดงความรู้สึกของการเป็นภรรยาออกมา มันจะทำให้เขากล้าพูดกล้าคุยอะไรๆ ที่เรารู้สึกค้างคาอยู่ก็เป็นได้นะครับ แต่เราเองต้องไม่มีน้ำโห ไม่มีอารมณ์หึงหวงหรืออื่นใด เมื่อเขาปล่อยความจริงออกมาแล้วด้วยนะครับ มันจะเป็นการทำให้อีกฝ่าย โล่ง มากกว่า ที่ได้พูด ได้คุย และภรรยารับฟังด้วยใจเป็นกลาง-- โจขอเป็นกำลังให้คุณมะเขือเทศอีกแรงนะครับ ลองตั้งใจทำดู ต่อจากนี้จะได้ไม่มีอะไรค้างคาแล้วก็ได้ครับ "สู้~~สู้"
ขอบคุณนะค่ะที่เป็นกำลังใจและให้คำปรึกษา มีอยู่หลายครั้งนะค่ะที่ดิฉันจับได้ว่าเขาแอบคุยโทรศัพท์กับผู้หญิงอื่น คือผู้หญิงโชว์เบอร์มา แล้วมันขึ้นว่าเบอร์ส่วนตัว แรกๆดิฉันยังไม่คิดอะไรมาก แต่สัเกตุเห็นว่าโชว์เบอร์บ่อยครั้ง จนจับได้ว่าเขาแอบมีคนอื่น ช่วงนั้นเสียใจมาก แต่ก็ทำใจค่ะ ไม่พยายามตาม ไม่พยายามถาม แต่มันก็คาใจดิฉันฉันมาตลอดและแปลกใจว่า ในเมื่อเขามีกิ๊กแล้ว ทำไมไม้สนใจดิฉันเลย คือไม่นอนกับฉัน (ฉันใจกว้างเลยนะค่ะที่จะให้เขามีคนอื่น)แต่เขาน่าจะเอาใจใส่ฉันบ้าง แต่นี่ไม่มีเลย จนทำให้ฉันคิดว่าเขา แอบ อยู่รึป่าว ทุกวันนี้เขาก็ยังทำตัวเหมือนเดิมคือ ไม่ออกไปเที่ยวไหน กลับบ้านตรงเวลา เรื่องการพูดคุย ดิฉันลองพูดแล้วค่ะ พยายามพูดให้เขาบอกความต้องการที่แท้จริง คุยแบบดีๆ ค่อยพูดจาแล้วค่ะ แต่เขาไม่ยอมพูด ปฎิเสธเสียงแข็ง ปนโมโห ว่าเขาเหนื่อย มีข้ออ้างมาตลอด จนดิฉันรู้สึกเสียใจ น้อยใจมากๆ ลืมบอกไปว่า ดิฉันเป็นคนหน้าตาพอใช้ได้นะค่ะ ผิวขาว อวบๆ (ไม่ได้ชมตัวเองนะค่ะ) แต่เป็นคนที่ดูแลตัวเองดีค่ะ อายุ 33 ปี (ยังมีความต้องการอยู่คร้า อิอิ) แต่น่าเสียดายที่สามีไม่สนใจเลย ดิฉันมีธุรกิจส่วนตัว ส่วนเขาทำงานกับครอบครัวเขา ดิฉันอยากถามคุณเล็กว่า..ถ้าหากฉันจะเลิกกับเขาด้วยเหตุผลนี้อย่างเดียว ดูเหมือนดิฉันเป็นคนไม่ดีรึป่าวค่ะ บอกตามตรงนะค่ะว่า มีเขาอยู่บ้านก็เหมือนไม่อยู่ ไม่ได้ทำอะไรให้ดิฉันรู้สึกดีเลย อยู่ทุกวันนี้ฉันอยู่เพื่อลูกและพ่อ แม่ อย่างเดียวเลยค่ะ เขาทำงานได้เงินเดือน ส่วนฉันทำธุรกิจส่วนตัว เลี้ยงครอบครัว ดูแลลูก ค่าใช่จ่ายทุกอย่างเป็นฉันหมด แต่ฉันไม่เคยคิดว่าเขาเอาเปรียบเลยนะค่ะ เพราะไหนๆเราแต่งงานกันแล้ว เราก็ต้องช่วยเหลือกัน แต่เรื่องความสุขเล็กๆน้อย เขาก็ไม่เคยให้ดิฉันเลย แถมพูดจาไม่ดี ไม่รักษาน้ำใจกันบ้างเลย ถ้ามีคนอื่นหรือรักใครก็ให้บอกดิฉัน(ดิฉันเคยพูด) แต่เขาก็เงียบเหมือนเดิมค่ะ ไม่รู้จะแก้ไขปัญหาตัวเองได้อย่างไร??? เครียดและไม่มีความสขเลยค่ะ
ตอบคุณมะเขือเทศครับ ผมมองว่า แฟนของคุณ ก็คงมีปัญหาอะไรในใจเช่นกัน อาจเป็นความไม่แน่ใจ อาจเป็นความกลัว จะเป็นกลัวที่จะสูญเสียครอบครัวไปจึงไม่อยากบอกออกมา หรือกลัวคุณจะเสียใจจึงอยากเก็บปัญหาเงียบเอาไว้เอง ... ผมคิดว่าใครๆ ก็มีปัญหาของตัวเองทั้งนั้น ทั้งแฟนของคุณ และคุณมะเขือเทศเอง ซึ่งปัญหาเหล่านี้มันซับซ้อนกว่าที่เราจะฟันธงไปได้ง่ายๆ ใครถูก ใครผิด และในหลายๆ ครั้ง ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาที่ทุกคนจะมีความสุข มีฝ่ายที่ดีใจก็มีฝ่ายที่เสียใจ และในบางครั้งการแก้ปัญหาก็ทำให้เสียใจทั้งสองฝ่ายก็มี แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจคือ คนเราทุกคนต่างมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตที่มีความสุข ไม่ว่าความสุขนั้นจะเป็นรูปแบบใด บางคนมีความสุขเมื่อคนอื่นมีความสุข แม้ตัวเองจะลำบากก็ยินดี เช่น ความรักของแม่ที่ยอมทน ยอมลำบากเพื่อลูกได้ ขอเพียงให้ลูกมีความสุข .. บางคนมีความสุขจากการจับจ่ายใช้สอย จึงเลือกแต่งงานกับคนรวยๆ เพื่อมีเงินใช้ แม้จะต้องเสียอะไรไปบ้าง เช่น สิทธิ์ในการเลือกคนรักที่ตัวเองรักเอง แต่ก็มีความสุขกว่าถ้ามีเงิน .. บางคนก็มีความสุขกับการทำให้ตัวเองมีความสบายใจ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ อย่างนี้เป็นต้น ... สิ่งที่ควรคิดดูคือ ถามตัวเองว่า อะไรคือสิ่งที่คุณมะเขือเทศต้องการมากที่สุด มีความสุขที่สุด เป็นเรื่องการมีสัมพันธ์ทางเพศ หรือเรื่องการมีครอบครัวที่ครบสมบูรณ์ หรือเรื่องลูก ... เมื่อเราตอบคำถามได้แล้วว่า สิ่งไหนคือสิ่งที่เรายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา แม้จะต้องแลกกับความทุกข์บางอย่างบ้าง ผมว่า นั่นคือสิ่งที่ควรเลือกครับ เพราะทำให้เรามีความสุขที่สุด *ผมอธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อย กลัวว่าจะงงในสิ่งที่ผมอธิบายไปนะครับ คือว่า บางคนอาจจะเลือกเลิกกับสามี ไปหาสามีใหม่ที่ตอบสนองความต้องการได้ดีกว่า, บางคนอาจจะทนอยู่ และตัดใจ ไม่ใส่ใจ เพื่อรักษาครอบครัว หรือเป็นห่วงอนาคตของลูก นี่ยังเป็นเพียงการเลือกกับเหตุผลเพียงสองแบบ ยังมีอีกหลากหลายการเลือก การตัดสินใจ ซึ่งแต่ละคนจะคิดไม่เหมือนกัน เลือกไม่เหมือนกัน ก็ขอให้ใช้เวลาค่อยๆ คิด ลองคิดหลายๆ แบบว่า ถ้าเราทำอย่างนี้แล้ว อนาคตจะเป็นอย่างไร แล้วเรามีความสุขกับมันมากกว่าทางเลือกอื่นหรือเปล่า.. ขอให้สิ่งที่เราเลือกนั้น เป้นสิ่งที่ดี ต่อทั้งตัวเรา และดีต่อผู้อื่นมากที่สุดที่เราจะทำได้ นั่นก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณครับ ไม่มีคำตอบที่ตายตัว แต่คิดให้ดีดี เพราะหลายสิ่งหลายอย่าง เมื่อทำไปแล้ว ผ่านไปแล้ว มันไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้ ก็ขอให้อย่าต้องรู้สึกเสียใจภายหลัง ไม่ว่าตัดสินใจอย่างไรนะครับ ขอให้โชคดีครับผม
สวัสดีค่ะ คุณเล็กกี้ ดิฉันไม่คิดเลยนะค่ะว่าสิ่งที่คุณพูดไปนั้น มันทำให้ดิฉันซาบซึ้งใจมากๆ เริ่มมองในแง่ใหม่ๆ ทำให้ดิฉันคิดได้ว่า ความสุขที่แท้จริง เราน่าจะทำเพื่อลูกและครอบครัว บางครั้งดิฉันก็คิดว่ายอมทุกข์กับเรื่องนี้เพื่อครอบครัว เพื่อลูก เพื่อพ่อแม่ แต่บางครั้งก็รู้สึกซึมเศร้า เสียใจออกแนวน้อยใจว่าทำไมไม่สนใจดิฉันเลย แถมพูดจาไม่รักษาน้ำใจด้วย ดิฉันรู้นะค่ะว่าเรื่องบนเตียงอาจไม่สำคัญมากนักเท่ากับความรุ้สึกของ ลูก พ่อ แม่ พี่น้อง ดิฉันหมดหนทางในการพูดจากับสามีแล้วหล่ะค่ะ แต่พอได้คุยกับคุณเล็กแล้วรู้สึกสบายใจมากๆ โล่งใจด้วยค่ะ ดิฉันคิดว่า ดิฉันจะอดทนเพื่อลูกค่ะ..และจะหาความสุขด้วยตัวเอง เพื่อทุกคน คุณเล็กพูดถูก ทุกเรื่องเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่ดีๆ มีปัญหาหรือมีความสุข จะแวะมาเล่าสู่กันฟังนะค่ะ
ฉันไม่คิดว่ารูปจะใหญ่ขนาดนี้ โอ้ยย อายค่ะ รบกวนช่วยลบให้ด้วยนะค่ะ อิอิ
โหหหหหหหหหหหหหหหหหห สวยจังเลยฮะ พี่มะเขือเทศ แฟนพี่sex เสื่อมแน่เลย..
แหม๋ชมแบบนี้พี่ก็เขิลซิจ๊ะ.. ทำไมสามีไม่ชมบ้างน๊า 555
วันนี้มี topic อยากจะมาแชร์ เล่าสู่กันฟังนะครับ เรื่อง : ออนเอ็ม มันดี? ไม่ดี? เชื่อว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ส่วนใหญ่น่าจะเล่นเอ็ม (โปรแกรมออนไลน์เอ็มเอ็สเอ็น) เรียกได้ว่า เอ็ม เป็นเครื่องมือสำคัญเลยสำหรับชายรักชาย หรือเกย์ อย่างเราๆ เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญทำให้รู้จักคนอื่นมากขึ้น ใช้เป็นเครื่องมือหาแฟน คุยกับเพื่อน คุยกับกิ้ก คุยกับแฟน ได้สารพัด สำหรับเกย์แล้วเอ็มจะสำคัญมากกว่าสำหรับผู้ชายทั่วไปเพราะทำให้มีโอกาสได้คุยกับคนที่เป็นแบบเดียวกัน ที่หาไม่ได้จากโลกแห่งความจริงในชีวิตประจำวันทั่วไป เพราะไม่มีใครเดินบอกหรือติดป้ายว่าเป็นเกย์ และส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกที่จะปกปิด หรือทำให้คลุมเครือมากกว่าที่จะพูดกันตรงๆ เพราะไม่แน่ใจว่า ถ้าบอกไปแล้วจะเกิดผลร้ายอะไรตามมาหรือเปล่า (ฟังเทปรายการ bangkok radio for men ตอนคุณแดน จะทราบว่า การถูกเปิดเผยว่าเป็นเกย์ก็ทำร้ายชีวิตคนคนนึงได้มากเหมือนกัน) ประเด็นวันนี้จะมาพูดถึงข้อดี ข้อเสีย ของเอ็ม ข้อดี : อย่างที่กล่าวข้างต้น คือความสะดวกรวดเร็ว ใช้ได้ฟรี (ดีกว่าโทรศํพท์) ใช้คุยกับแฟนต่างประเทศได้ (ฟรีอีกเหมือนกัน) เป็นเครื่องมือจำเป็นมาก ในการหาแฟน หรือคู่เดท ข้อเสีย : สำหรับคู่แฟน ที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องระยะทาง เช่นอยู่คนละประเทศ ล่ะก้อ ไม่ควรใช้เอ็มคุยกับแฟนมากเกินไป เพราะเอ็มมีข้อเสียเรื่องไม่สามารถสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้ (ถึงต้องมี ไอค่อน อีโมติค่อน มาเสริม) ซึ่งพอคนเริ่มขี้เกียจในการพิมพ์อธิบายยาวๆ เริ่มพิมพ์สั้นขึ้น ห้วนขึ้น จะทำให้เข้าใจความหมายผิดได้ พบว่าเพื่อน หรือแฟน หลายคน เข้าใจผิด ทะเลาะกันจากการสื่อสารผ่านเอ็ม ดังนั้นทิปอย่างหนึ่งสำหรับการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแฟนให้ดี คือสื่อสารกันมากๆ พูดคุยกันผ่านโทรศัพท์ จะดีกว่าคุยกันทางเอ็ม ใช้เอ็มให้น้อย (กับแฟน) จะดีนะครับ (แต่ถ้าคุยกับคนอื่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ^^'') ดังนั้น เหมือนทุกๆ อย่าง ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย พูดง่ายๆ ได้ว่า ถ้าก่อนมีแฟน ใช้เอ็มจนหาแฟนเป็นตัวเป็นตน ถูกใจ ได้แล้ว พอคบกันก็ควรใช้เอ็มให้น้อยลงในการคุยกัน และใช้การเจอกัน คุยโทรศัพท์กันแทนจะดีกว่า ไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดนะครับ *น่ารู้ - จริงๆ โปรแกรมนี้ มันเปลี่ยนชื่อไปนานแล้ว ปัจจุบันชื่อ วินโดวส์ไลฟ์ เมสเซนเจอร์ ภาษาอังกฤษ windows live messenger แต่ไม่มีใครเรียก เวลาไปเจอที่ไหนจะได้ไม่งงนะครับ ว่ามันคืออะไร มันก็คือ "เอ็ม" นั่นล่ะครับ ^^
เหนด้วยกะพี่เลกกี้อย่างยิ่งคร้าบบบบ