ห้องนี้รับปรึกษาปัญหา ทั้งความรัก ครอบครัว การเปิดเผยตัว การออกเดท การใช้ชีวิตคู่ (?) สงสัย อยากถาม ก็ถามมาได้เลยนะครับ จะช่วยแนะนำตามประสบการณ์นะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จะไปถามใครดีนะครับ *เรื่องที่ทำงานก็ถามได้นะครับผม
พี่เรื่องมันมีอยู่ว่า พ่อของพี่ที่ บริษัทเสียชิวิต ......พี่คนนั้นกับผมรู้จักกัน แต่อยู่คนละ แผนก ผมอยู่ QA เขา stor พวกพี่ๆๆๆ ที่ qa เขาเลยจะพากันไปงานศพ ที่ต่างจังหวัดอะ เขาก็เลยชวนผมว่าไปไหม ผมเลยบอกว่าฝากความห่วยใยไปทางพี่ J แล้ว ฝากสินน้ำใจไปช่วยด้วย แต่ผมไม่อยากไป พวกพี่ qa เขาเลยแอนตี้ผมอะ บอกว่าไร้น้ำใจ แล้วบอกว่าถ้าแก เป็นไรมาจะไม่มีคนไปเยียมแก อะ ได้ฟังแล้วรู้สึกอยากจะร้องให้อะ ผมเลยได้แต่เงียบ แต่ผมไม่อยากไปจริงๆๆนิ แล้วผมจะทำยังงัย ถึงจะเขาแก๊ง qa ได้อีกครั่งเนีย ตกลงเลยกลายเป็นว่าผมผิดใช่หรือเปล่า ปล.ตอนนี้ยังทำตัวไม่ถูกเลยเนีย
ตอบคุณ Cute นะครับ ปัญหานี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องความแตกต่างทางเพศ แต่ผมจะตอบให้ในความเห็นของผมนะครับ ผมมองว่าปัญหาอยู่ที่การตอบของเรา ซึ่งการที่เราตอบไปตรงๆ ว่าไม่อยากไปนั้น สังคมจะมองว่าเราไม่มีน้ำใจ (เป็นเรื่องปกติ) ซึ่งคนที่ไม่อยากจะไปส่วนใหญ่แล้วจะต้องหาทางออกด้วยเหตุผลส่วนตัวอื่นๆ เช่น ไม่ค่อยสบาย, ติดภารกิจทางบ้าน (อะไรสักอย่างที่สำคัญ เกี่ยวกับครอบครัว), ไปดูหมอมาแล้วเขาบอกว่าช่วงนี้ไม่ให้ไปงานศพ อะไรทำนองนี้นะครับ แล้วฝากเงินไปก็จะไม่ค่อยเกิดปัญหา การที่เราบอกไปตรงๆ ว่าไม่ไป เพราะไม่อยากไป ก็ทำให้คนอื่นมองเราไม่ดีเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนว่าจะแก้ไขอย่างไรต่อไป ก็มีหลายทางตั้งแต่ อาจจะอธิบายกับคนอื่นด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างข้างต้น (แต่ก็ต้องทำโดยระมัดระวัง เพราะตอนนี้คนมองเราไม่ดีอยู่แล้ว เขาจะมองว่าเรามาแก้ตัวก็ได้ อาจจะไม่สำเร็จ หรือแย่ลงกว่าเดิมนะครับ) หรือไม่ก็ทำตัวเฉยๆ ไป แล้วให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ในน้ำใจของเรา ก็จะต้องช่วงเหลือคนอื่นบ้าง แล้วเขาก็จะค่อยๆ ให้อภัยเรากันเองนะครับ เอาใจช่วยนะครับ คนเราก็ทำผิดกันได้ อย่าคิดมากครับ
ผมมีเรื่องอยากปรึกษาคุณเล็กกี้ครับ ผมกับแฟนคบกันมา 2 ปีแล้ว แต่เค้าต้องไปทำงานที่สระบุรี แต่ก็จะมากรุงเทพทุกอาทิตย์ เราโทรศัพท์คุยกัน วันละเป็นชั่วโมง ก่อนที่เราจะคบกันเค้าเคยมีแฟนมาแล้วมาแล้วหลายคน ไม่นานมานี้เค้าเล่าให้ฟังว่าแฟนเก่าคนหนึ่งโทรกลับมาคุยด้วย ผมเเลยแกล้งบอกว่ากลัวถ่านไฟเก่าครุจัง เค้าบอกไม่มีทาง ผมเลยบอกว่าทำไมไม่บอกว่ามีแฟนใหม่แล้ว เค้าบอกว่าแฟนเก่าเค้าไม่แคร์ที่จะเป็นคนที่สองหรอก ผมเลยบอกว่าผมเชื่อใจคุณนะ ไม่นานนี้เค้าเล่าให้ฟังอีกว่าแฟนเก่าอีกคนส่งข้อความมาหาและโทรมาคุยบอกว่าอยากขอกลับมาคบกันอีก ผมเลยถามว่ายังรักผมไม๊ เค้าบอกว่าไม่รักผมแล้วจะไปรักใคร เค้าบอกว่าที่เล่าให้ฟังเพราะไม่อยากปิดบัง ถ้าเค้าแอบกลับไปคบกันและแกล้งทำดีกับผม ผมก็ไม่มีทางรู้หรอก บางทีเค้าก็เล่าว่าคนทีทำงานแอบชอบเค้า แต่เค้าบอกว่าเค้าไม่ชอบ ผมบอกเค้าว่ากลัวรักแท้แพ้ใกล้ชิด แรกๆเค้าบอกว่าไม่มีทาง แต่พอผมพูดบ่อยๆเค้าเลยบอกว่ารักแท้จะแพ้ก็เพราะขี้ระแวง ตั้งแต่นั้นมาผมเลยไม่พูดอีกเลย ผมชอบคิดว่าเค้าชอบโกหกผม ผมเคยบอกว่ามีอะไรให้บอกกันตรงๆอย่าโกหก ผมเคยบอกเค้าว่าสาบานไม๊ล่ะว่าไม่มีใคร เค้าบอกว่าสาบานก็ได้ และผมก็ต้องสาบานด้วย ผมบอกว่าผมรักเดียวใจเดียว ผมเคยได้รับ forward mail ทำนองว่าอย่าคิดแต่ว่าแฟนจะนอกใจมั๊ย ให้คิดว่าจะทำยังไงไม่ให้ตัวเองคิดนอกใจแฟนดีกว่า ผมควรจะไว้ใจเค้าให้มากกว่าน้ีใช่มั๊ยครับ เค้ายังเคยบอกว่าผมเปลี่ยนไป เม่ือก่อนไม่เห็นขี้ระแวงแบบนี้เลย เค้าชอบผมทั่เป็นคนเก่ามากกว่า บางทีคุยๆอยู่ก็มีสายซ้อน เค้าก็ไม่เคยบอกผมว่าใครโทรมา และผมก็ไม่เคยถามครับว่าใครโทรมา เพราะผมถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ผมกับเค้าตกลงกันว่าในอนาคตเราจะไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันและเปิดร้านขายกาแฟกันด้วยครับ รบกวนคุณเล็กกี้แนะนำทีครับ ผมควรไว้ใจเค้าให้มากกว่านี้ใช่มั๊ยครับ ขอบคุณมากครับ
ตอบคุณ Man ครับ แม้จะอาศัยอยู่ห่างกันหน่อย แต่ก็ไม่ไกลมากนักนะครับ และยังได้เจอกันประจำทุกอาทิตย์ ผมมองว่าก็เป็นเรื่องดี และปกตินะครับ โทรศัพท์คุยกันประจำ รวมทั้งคบกันมาถึงสองปี ผมมองว่าก็เป็นความสัมพันธ์ที่พัฒนากันมาได้ดีระดับหนึ่งแล้ว ผมจะวิเคราะห์จากข้อมูลที่เล่ามาก่อนนะครับ ผมมองว่าคุณ Man ยังมีความไม่ไว้วางใจแฟนปานกลางนะครับ คาดว่าแฟนคุณ Man อาจจะหน้าตาดีกว่า หรือมีคนมาชอบบ้าง ทำให้คุณ Man มีความห่วง หึง หวง กลัวเขาจะไปมีคนอื่น กลัวเขาจะไปคบแฟนเก่า เห็นได้ชัดจากที่คุณ Man เล่าเองว่า เมื่อแฟนมาเล่าให้ฟังถึงเรื่องแฟนเก่าๆ ที่มาติดต่อ หรืออยากมาขอคืนดี คุณก็จะถามเค้า แหย่ๆ ทำนอง "กลัวถ่านไฟเก่าครุ" "ยังรักผมมั้ย" สะท้อนให้เห็นว่าคุณไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ หรือความรู้สึกที่มีให้กันเท่าไร ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดหรอกนะครับ แต่ไม่ใช่เรื่องที่ดี ทั้งต่อตัวคุณเอง ต่อแฟน และต่อความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ ในกรณีนี้ เป็นอย่างที่คุณ Man บอกแหละครับว่า ถึงเค้าจะกลับไปคบกับแฟนเก่า คุณก็อาจจะไม่รู้ได้ หรือยังไม่รู้ในตอนนี้ คงต้องรอเวลาผ่านไปอีกนานกว่าจะรู้ แต่ในทางกลับกัน เขาก็อาจจะไม่ได้มีความคิดแบบนั้น ไม่ได้ทำแบบนั้นเลยก็ได้ แต่การที่ไม่ไว้วางใจ หรือคอยถาม คอยแกล้งยุ เรื่อยๆ สิ่งนี้ต่างหากที่น่ากลัว เพราะทำให้บางคนรู้สึกอึดอัด หรือต่อต้าน จนจงใจไปทำตามที่แฟนตัวเองยุอยู่เสมอจริงๆ ก็มี (เช่น ถามบ่อยว่า ยังรักหรือเปล่า ไม่รักแล้วใช่มั้ย .. จนวันหนึ่ง แฟนก็หมดรักเข้าจริงๆ เพราะทำตัวอย่างนั้นนั่นล่ะครับ) ถ้าถามว่า ถ้าแฟนคุณไม่คิดอะไรแล้ว เอาเรื่องพวกนี้มาเล่าให้ฟังทำไม หรือว่าอยากมาเล่าเพราะอยากลองดูว่าคุณจะรับได้ไหม หากเขาจะกลับไปคบกับแฟนเก่า หรือคบไปพร้อมๆ กันทั้งสองคน .. ผมบอกได้เลยว่ากรณีนี้มีไม่มากนักหรอกครับ คุณคิดมากเกินไป (ไม่ใช่เรื่องดี) ... แท้จริงแล้ว คนเรามีหลากหลายความคิด แฟนคุณเองก็ไม่รู้หรอกว่า เวลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นควรทำอย่างไรดีถึงจะไม่มีปัญหา ... สำหรับคนที่เคยมีแฟนมาก่อนหลายคน (ซึ่งจริงๆ แล้ว เกย์ ส่วนใหญ่ ก็มีแฟนมากมายนะครับ กว่าจะได้คบกับใครจริงๆ จัง ยาวนาน) ตัวอย่างเช่น แฟนเก่าโทรมาหา แฟนเก่าอยากขอคืนดี อะไรทำนองนี้ ซึ่งโดยธรรมดา คนที่มีแฟนอยู่แล้ว (ไม่ได้โสด) ไม่ตัดสินใจหวนกลับไปหาแฟนเก่าง่ายๆ แบบว่ามาเรียกแล้วก็ไปหรอกครับ (ถ้าแฟนเก่าดี คงไม่เลิกกันมาอยู่กับเรา... แม้ว่าก็มีคนที่เพิ่งจะมารู้คุณค่าของแฟนเก่าเอาก็ตอนที่เลิกกันไปแล้วก็มีไม่น้อย) ... เช่น จะบอกกับแฟนดีมั้ย หรือจะเก็บไว้เงียบๆ ดี ซึ่งแต่ละคนก็จะตัดสินใจ และมองในเรื่องนี้ต่างกัน ... บางคนคิดว่า บอกๆ ไปดีกว่า จะได้ไม่มีปัญหา ชอบให้แฟนรู้ทุกเรื่องมากกว่า หรือบางคนก็คิดว่า อย่าเล่าไปให้เป็นเรื่องเ็นราวดีกว่า เรื่องไร้สาระ เพราะไม่ได้คิดจะกลับไปหาแฟนเก่าอยู่แล้ว ซึ่งตัดสินใจอย่างไรถึงจะถูก? มันไม่มีคำตอบที่ถูกตายตัวซะด้วยนะครับ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่าอีกคนหนึ่งเป็นคนอย่างไร ผมจะวิเคราะห์ดังนี้ เช่นกรณี คนที่อยากเล่าให้แฟนฟัง เพื่อไม่ให้มีปัญหาทีหลัง ... พวกนี้จะโชคดี ถ้าเจอแฟนที่เข้าใจ และไม่หึงหวงมาก ไม่รู้สึกอะไรกับการฟังเรื่องแบบนี้ (ส่วนใหญ่ ก็ยังไม่มองว่า แฟนตัวเองเป้นคนเปิดเผยซื่อสัตย์อย่างที่แฟนคาดหวังหรอก แต่อย่างน้อยก็รับได้ กับการฟังเรื่องนี้) ซึ่งคนที่รับได้ จะต้องเป็นคนที่พื้นฐานมีการนับถือตัวเองสูง เห็นคุณค่าของตัวเอง จึงมั่นใจว่า ตัวเองดีพอที่แฟนจะไม่เลิกกลับไปคบกับแฟนเก่าหรอก ... ในอีกกรณีหนึ่ง กรณีนี้จะมีปัญหามาก ถ้าอีกคนหนึ่งเป็นคนหวาดระแวง หึงหวงมาก หรือไม่ไว้วางใจแฟนอยู่แล้ว เพราะจะเกิดความกังวลใจว่า จะมีคนมาเอาแฟนของตนเองไป กลัวแฟนจะไม่เห็นคุณค่าของตนเองเมื่อไปเทียบกับแฟนเก่า สำหรับอีกแบบ แฟนที่ตัดสินใจว่า ไม่บอกดีกว่า บอกไปก็เป็นเรื่อง ก็เลยเก็บไว้เงียบๆ ... ข้อดีคือเหมือนไม่เกิดเรื่องอะไร ... ข้อเสียคือ หากแฟนมารู้เรื่องนี้เข้าทีหลัง เช่น ดันรู้จักกับแฟนเก่า หรือมีเพื่อนโยงใยรู้จักกันแล้วทางแฟนเก่าของแฟน (อ่านแล้วอาจจะงงหน่อยนะครับ ขออภัย) ก็เอาเรื่องที่คุยกับแฟนของเรามาเล่าให้เราฟัง หรือเล่าให้คนอื่นฟัง ประมาณว่า (เหมือนในละคร) "เนี่ย คุยกับแฟนเก่ามา อยากกลับไปขอคืนดี" "แฟนไม่ได้เล่าให้ฟังเหรอว่าเราโทรไปคุย" อะไรทำนองนี้ (ละครมากๆ ใช่มั้ย... ก็มีคนทำจริงๆ นะครับ) ซึ่งกรณีนี้ ปัญหาเรื่องเล็กๆ จากที่ไม่มีปัญหาอะไรเลย (แค่คนโทรศัพท์คุยกัน ไม่ได้ไปทำอะไรกันเลย ไม่ได้เจอกันด้วยซ้ำ) จะกลายเป็นชนวนเหมือนว่า ขะเกิดการนอกใจ (ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไร รวมทั้งอาจจะไม่มีเจตนาด้วยซ้ำ) ซึ่งสามารถขยายผลไปจนเกิดการทะเลาะกัน เกิดการไม่ไว้วางใจกัน จนเลิกรากันไปก็มี คนเราจะคบกัน ความสัมพันธ์ของคนสองคน คงอยู่ได้ด้วยความไว้วางใจที่มีให้กัน ต่างฝ่ายต่างต้องไว้วางใจซึ่งกันและกันเพียงพอ (อย่างน้อยในระดับที่เท่าเทียมกัน) และต่างฝ่ายต่างต้องเคารพในความไว้วางใจของอีกฝ่าย นั่นคือทำตัวดีด้วย มีขอบเขตในการมีวามสัมพันธ์กับคนอื่น เช่น อาจคบหาพูดคุยได้ แต่ไม่มีเกินเลย (เรื่องนี้ขึ้นกับว่า แต่ละคู่ แต่ละคน ยอมรับได้แค่ไหน) ซึ่ง ความไว้วางใจกันก็เกิดมาจากการทำตัวดี ไม่มีประวัติด่างพร้อยของทั้งสองคนด้วย หมายถึงว่า หากใครคนหนึ่งเคยแอบมีกิ้ก หรือนอกใจแฟน หรือปิดบังเรื่องสำคัญแล้วถูกจับได้ ก็จะทำให้อีกฝ่ายมีความไว้วางใจน้อยลง และยาก ใช้เวลานาน กว่าจะกลับมาวางใจอีกครั้ง ดังนั้น รักษาประวัติกันให้ดีดีนะครับ (หมายถึง ทำตัวให้ดี ให้สมกับที่แฟนไว้วางใจ ของอย่างน้เสียแล้ว แก้ไขกลับคืนมาได้ยากนะครับ ความไว้วางใจ) หากคนเรามีความไว้วางใจกัน และใมีความเคารพกันทั้งสองฝ่าย จะเป็นปัจจัยบวกส่งเสริมให้ความสัมพันธ์แข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อไว้ใจแล้วมีความสุข ไม่มีปัญหา สบายใจ ก็จะยิ่งเห็นคุณค่า และประโยชน์ของการไว้ใจกัน ลดความกังวลลงไปนะครับ คำแนะนำของผมสำหรับคุณ Man คือควรจะทำให้เขารู้ว่าเราไว้ใจเขา เลิกพูดจายั่วยุในทำนองขับไล่ไสส่ง หรือคาดการณ์ว่าเขาจะกลับไปคบกับแฟนเก่า (หรือแอบคบอยู่) เป็นวิธีเดียวที่ดีที่สุดในตอนนี้ ซึ่งไม่ว่าเขาจะต้องการกลับไปคบกับแฟนเก่าจริงๆ หรือไม่ เราก็ไม่สามารถไปห้ามเขาได้อยู่แล้ว การทำให้เขารู้ว่าเราไว้วางใจเขา (บางครั้งไม่จำเป็นต้องพูด แค่เลิกกังวล ไม่ถามเซ้าซี้ แต่ยังคงใส่ใจ) ไว้วางใจในความสัมพันธ์ที่สองคนมีให้กันนั้น จะเป็นสิ่งที่ช่วยค้ำจุนความสัมพันธ์ให้มีสุขภาพดี หรือช่วยซ่อมแซม แก้ไข ความสัมพันธ์ที่ไม่สบาย ให้ดีขึ้นได้นะครับ สุดท้ายนี้ผมอยากจะย้ำหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ว่า ผมมองว่าคนเรานั้น การที่มาคบกันก็เพราะต่างอย่างจะมีความสุข ... แต่หากมีเพียงใครคนใดคนหนึ่งที่มีความสุข อีกคนไม่มีความสุขแล้ว จะคบกันไปเพื่ออะไร และคนที่สุขอยู่เีพียงคนเดียวนั้นจะเรียกได้ว่ามีความสุขจริงๆ หรือ โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าไม่นะครับ ความสุขของคนสองคนจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องต่างฝ่ายต่างสุขด้วยในขณะเดียวกัน ต่างเห็นคุณค่า่ของกันและกัน ... การที่เราไม่เชื่อใจ จะทำให้เรามีความทุกข์ แม้ว่าเราจะยังมีแฟนคนนี้อยู่ก็ตามนะครับ เอาใจช่วยครับผม
leggy เขียน: ตอบน้อง บี นะครับ พี่เข้าใจความรู้สึกของน้องนะครับ ความรู้สึกอึดอัดที่เขาไม่ติดต่อมา ในใจเราก็รออยู่ แต่ก็ไม่อยากจะโทรไป พี่ก็เคยผ่านมาเหมือนกันครับ แต่น้องบีเชื่อไหมครับว่า จริงๆ แล้ว ความรู้สึกของเรานั้น เราเป็นคนกำหนดเอง จะทุกข์หรือจะสุข ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นเพราะเราทั้งนั้น ดังนั้นหากน้องอยากจะหลุดพ้นจากความรู้สึกทรมานอย่างนี้ คนที่จะต้องทำให้มันเกิดขึ้นคือตัวน้องเองครับ คำแนะนำของพี่นะครับ สิ่งที่ต้องทำคือ ตัดใจ ครับ พี่เข้าใจว่าทำยาก แต่ถ้าน้องยังไม่ตัดเขาออกไปจากใจ ก็จะต้องทนรู้สึกอย่างนี้ และใช่ครับ ปิดโอกาสตัวเอง และน้องก็จะไม่สบายใจที่จะคบกับคนอื่นด้วยสิ่งที่คาราคาซังอยู่ (อาจจะในใจน้องคนเดียว) พี่จะแนะนำเทคนิคให้ คนเราทุกคนก็ต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ปัญหาที่เราตัดใจจากคนที่ชอบยาก ส่วนหนึ่งมาจากเรามองเห็นแต่ข้อดีของเขา (นั่นคือเวลาที่เราชอบเขาข้างเดียว หรือ อกหัก๗ ในขณะที่เราก็จะมองเห็นแต่ข้อเสียของเขา เมื่อ เราคบกันแล้วอยากจะเลิกกับเขาแล้วเพราะยังไม่ถูกใจ หรือพบคนอื่นที่ดีกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติมาก คนเป็นกันแบบนี้มากมาย ... ดังนั้น น้องต้องคิดให้สุดขั้วไปเลย เช่น ในขณะที่เขาคบน้องเขาแอบคนอื่นอยู่ตลอด หรือหลอกน้องมาตลอดว่าเขาไม่มีแฟนทั้งที่มีอยู่ก่อนแล้ว หรือ เขาแอบขโมยเงินของน้องไป หรือ เขาทำร้ายน้อง ซึ่งหากเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น (ซึ่งน่าเศร้าที่บางคนก็พบสิ่งเหล่านี้จริงๆ นะครับ) ความรู้สึกของน้องจะเปลี่ยนไปได้มาก กับคนที่ยังไม่ได้มีความทรงจำร่วมกันมากนัก จะไม่ยากเลยเมื่อความรู้สึกเปลี่ยนแล้ว ความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น ความชอบที่เห็นแต่ด้านดีของเขาจะหมดลงไป และน้องจะไม่เสียใจเลยที่เลิกคบกับคนไม่ดีอย่างเขา วิธีนี้เป็นวิธีหักดิบที่ได้ผลดีพอสมควรนะครับ แต่น้องต้องคิดไปอย่างนั้นจริงๆ ถึงจะได้ผล พี่เชื่อว่าไม่ได้ทำง่าย แต่ทำได้ถ้าน้องพยายามนะครับ หวังว่าจะช่วยได้สักนิดหน่อยก็ยังดี พี่ให้อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่ต้องจินตนาการมาก น้องจะเห็นคุณค่าของคนที่เขาไม่เห็นคุณค่าของเราไปทำไมกันครับ ลองคิดดูนะครับ พี่ยังคงพูดคำเดิม ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก โดยธรรมชาติแล้ว คนเราไม่สามารถหลีกหนีจากความ แก่ เจ็บ และตายไปได้ ดังที่พระพุทธเจ้าได้สอนไว้ แล้วน้องจะมามัวเสียเวลาไปกับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเราไปทำไม เอาเวลา เอาใจ ไปให้ความสำคัญกับคนที่เห็นคุณค่าของเรา เช่น พ่อ แม่ และครอบครัว ยังดีกว่านะครับผม เอาใจช่วยนะครับ ขอบคุณมากคับพี่เล็กกี้ สำหรับคำแนะนำ ตอนนี้ผมทำใจได้ในระดับนึงแล้วล่ะคับ แต่ผมก็ยังอดที่จะคิดถึง และเป็นห่วงเค้าไม่ได้อ่ะคับ อารมณ์คิดถึง มันจะเข้ามาเป็นพักๆ อ่ะคับ เหมือนจะยังตัดใจไม่ค่อยได้ แต่ยังไงตอนนี้ก็กำลังพยายามอยู่นะคับ ขอบคุณพี่เล็กกี้อีกรอบนะคับ
เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนนะคับ ปัญหาของทุกคน ยังมี เพื่อนๆ ที่แวะเวียนผ่านไปผ่านมาเข้ามาอ่านและรับฟัง สู้สู้ คร้าบบบบบบ
เรื่องของผม กำลังจะดีขึ้น แต่ยังงัยก็ขอบคุณมาก สำหรับคำแนะนำนะคับ ผม
ขอบคุณมากครับคุณเล็กก่ี้ที่แนะนำผมครับ ต่อไปผมจะไม่ระแวงแฟนผมอีกแล้วครับ
มาปรึกษาอีกแล้วครับ >< คราวก่อนเอกได้มาขอคำปรึกษาจากพี่เล็กกี้ และ เพื่อนๆชาวAliveg เรื่องการเลิกลากับแฟน เพราะคิดว่าต่างคนต่างไม่มีเยื่อใยกันแล้ว เป็นได้แค่เพื่อน ตอนนี้ผมกลับมาปรึกษาอีกหนครับ คือว่าตอนนี้ ผมรู้สึกว่าผมอยากกลับมาคบกับแฟนเก่าผมอีกสักครั้ง ผมได้ฟังเรื่องราวจากเขาแล้วผมก็เลยรู้สึกว่าเขายังรักผมอยู่นะ เขาเล่าให้ผมฟังว่าขณะที่เขาไปลองคบกับคนใหม่ เมื่อคบกันสักระยะ เขาก็เจอกับเรื่องๆนั้นที่จะต้องเจอนั่นคือ sex ซึ่งเขาบอกว่ามันก็เร็วเกินไป แต่ว่าปฏิเสฐฝ่ายตรงข้ามไปว่า ไม่มี!! ไม่ได้!! เพราะเขาบอกว่าขณะนั้น เขาเริ่มรู้สึกว่าแฟนใหม่เขานั้นรักไม่จริง เขาจึงไม่พร้อม และตอนนี้เขาเลยเลิกกับแฟนใหม่ เขาไปแล้ว กลับมาหาเอกอีกหน ถามว่าตอนนี้เอกรู้สึกยังไงกับเหตุการณ์คราวนี้ ยอมรับว่า หวั่นไหวมาก อยากกลับมาคบเขาอีกครั้ง หลังจากเลิกกันไปได้แค่ 7 วัน -..- (เรียกว่าเลิกดีไหม๊หนิ) ตอนนี้ผมก็แอบสับสนนิดหน่อยว่า ตกลงผมจะรักเขาดีไหม แต่ในใจผมตอนนี้ 90% ผมตอบตกลง เพราะเขาเป็นคนที่ผมรัก และ ผมก็เพิ่งรู้ว่าเขา ก็ยังรักผมอยู่ เขาถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมที่จะมีใคร ในครั้งนี้ผมควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรดี เราควรคบกันแบบไหน แบบเดิมที่ผมคอยไปส่งบ้านทุกวัน คอยเอาใจใส่เขา หรือรักคราวนี้จะเอาดราม่านิดนึงดี (แต่รู้สึกว่าการกลับมาคราวนี้ของเขาทำให้ผม ค่อนข้างที่จะมีเครดิตในตัวเขา) แต่ตอนนี้เรากลับมาคุยกันแบบคู่รัก ผมก็รู้สึกดีเหมือนเดิมนะครับ ที่ได้อยู่ใกล้เขา แต่ไม่รู้ว่าการตัดสินใจหนนี้ จะจบลงแบบเดิมรึเปล่า แต่คราวนี้ผมคงทำใจ ><
ตอบน้อง eiroscupid ครับ ก่อนอื่น พี่จะมองจากข้อมูลที่น้องเล่ามานะครับ ... เขาพฤติกรรมเปลี่ยนไป (ในเชิงแบไม่มีความสุข ไม่เห็นคุณค่าของเรา เพราะใจไปที่แฟนคนใหม่ที่อยากคบแล้ว) ตัดสินใจเลิกกะ้น้อง แล้วไปคบแฟนใหม่ แต่ก็คบได้แค่ 7 วัน ก็ตัดสินใจใหม่ว่า แฟนคนใหม่ไม่โอเคอย่างที่คาด (เขาใจเร็วเกินไป ไม่ไตร่ตรองอะไรให้ดีก่อน) ทำให้เขาพลาด อยากขอกลับมาคืนดี พี่มองว่าเขาค่อนข้างเป็นคนเห็นแก่ตัว เพราะเวลาจะเลิกก็เลิกได้ดูไม่มีเยื่อใย ไม่รู้สึกว่าคนอื่นเขารู้สึกอย่างไร แต่พอรู้ว่าตัวเองเลือกพลาด ไม่ได้ดั่งใจ ก็กลับมาเป็นคนดี ทำดีกับเราได้ทันที เพราะต้องการกลับมาคบกันใหม่ ... คนลักษณะนี้ดูเอาแน่เอานอนได้ยาก เราไม่รู้หรอกครับว่า วันไหน เขาจะเจอคนที่เขาคิดว่าดีกว่าเรา แล้วก็ทำแบบนี้อีกหรือเปล่า ... จริงๆ แล้ว ใครๆ ก็มีโอกาสทำแบบนี้เหมือนกัน ไม่ใช่แต่เขา และก็ไม่ได้มีใครผืดในเรื่องความรัก .. แต่พี่มองว่า คนอย่างเชา มีโอกาสที่จะทำอะไรแบบนี้ บ่อยกว่า และง่ายกว่าคนอื่นๆ นะครับ ถ้าถามว่าเรียกว่าเลิกดีมั้ย .. พี่ถามน้องดีกว่าว่า เขาไปคบคนใหม่ ไปกอดกัน จูบกัน หรือมีอะไรกัน (ไม่ว่าจะน้อยหรือจะมาก ไม่ว่าจะมีจริงๆ หรือเปล่าก็ตาม) แล้วแบบนี้ น้องยังจะเรียกว่าช่วงนั้น เขายังเป็นแฟนน้องอยู่เหรอครับ ... คนเป็นแฟนกัน (ส่วนมากแล้ว) ไม่ใช่ปลั้กไฟ อยากเปิดก็เปิด อยากปิดก็ปิด สลับไปมาได้ ... วันนี้เป็นแฟน เว้นวันหยุดเสาร์อาทิตย์สองวันไม่เป็น แล้ววันจันทร์กลับมาเป็นใหม่ ไม่ใช่แน่ๆ ครับ พี่ขอเตือนน้องอีกอย่างหนึ่งว่า คำพูดของคนอื่น (ไม่ว่าจะเป็นใคร ที่ไม่ใช่ครอบครัว พ่อ แม่ นะครับ) กระทั่งคำพูดแนะนำของพี่ น้องต้องใช้วิจารณญาณ ความคิด ของตัวเองไตร่ตรองก่อนเสมอ เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง ต้องพิจารณาด้วยตนเอง ... อย่าไปเชื่อคำพูดของคนอื่นง่ายๆ รวมทั้ง คำพูดของเขาด้วย ไม่ใช่ว่าเขาพูดว่าอย่างคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร แล้วมันจะต้องจริงเสมอไปนะครับ ... ที่พี่เห็นมามาก แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเป็น คือ คนเราพูดเข้าข้างตัวเอง ในสิ่งที่ตัวเองจะได้ประโยชน์สูงสุดเสมอนะครับ (โดยส่วนใหญ่) ... สำหรับความเห็นของพี่ ที่น้องบอกว่า "เขาถึงรู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมจะมีใคร" นั้น จะให้พี่เชื่อถือได้อย่างไร (แล้วน้องไปเชื่อได้อย่างไร?) ในเมื่อเขาเพิ่งจะตัดสินใจเลิกคบกันกับแฟนที่คบมานาน 5 เดือนได้ไม่ยาก แล้วก็เลิกกับคนที่ไปคบเพียงแค่ 7 วัน แล้วพยายามมาขอคืนดี ... แบบนี้เหรอครับที่ไม่พร้อมจะคบใคร? คำแนะนำของพี่.. พี่เข้าใจนะครับว่าน้องยังชอบเขาอยู่ พี่ก็ไม่ห้ามนะครับถ้าน้องจะกลับไปคบเขาอีก แต่ก็ขอให้คบอย่างมีสติ อย่าให้เขามาเป็นคนนำชีวิต นำอารมณ์ความรู้สึกของเรา ... จะไปรับส่งอีกมั้ยก็เป็นเรื่องที่น้องตัดสินใจเอง แต่เท่าที่พี่พบมา แฟนที่ต้องคอยทำนี่ ทำนั่น ซื้อโน่น ซื้อนี่ ซัพพอร์ทต่างๆ ให้อีกคนนึง มักจะคบไม่ค่อยยืด เพราะอีกคนจะหวังพึ่งพามากเกินไป อยู่ไปนานๆ จะกลายเป็นไม่ได้คบกันเพราะเห็นคุณค่าของกันและกัน แต่กลายเป็นเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีให้ เช่น ไม่อยากเลิกคบเพราะเสียดายที่จะมีคนรับส่งอย่างดี เป็นต้น ... พี่หวังว่าน้องจะไม่เจอแบบนั้นนะครับ ถึงเล่าให้ฟัง อย่างไรก็ทำให้พอดีๆ ไม่มาก ไม่น้อยเกินไปนะครับ อย่าทำจนเป้นหน้าที่ดีกว่า ในทางกลับกัน น้องเองก็ไม่ควรจะทุ่มเท แรงกาย แรงใจ เวลา เงินทอง ให้กับเขามากเกินไป เพราะในวันที่เราเกิดเสียใจ เราจะคิดว่า "ทำไมเขาถึงทำอย่างนี้กับเราได้ ทั้งๆ ที่เราก็ไปรับส่ง ดูแลเขาดีมาโดยตลอด ให้เงินทองใช้ ให้เขาทุกอย่างที่เขาต้องการแล้ว ฯลฯ" ... ซึ่งไม่ผิดหรอกครับที่เราจะน้อยใจแบบนี้ แต่ กระทั่งตัวเราเองที่พูดแบบนี้ออกมา ก็เป็นตัวสะท้อนเหมือนกันว่า ลึกๆ แล้วเราก็รู้สึกว่า เรา "ซื้อ" เขาด้วยสิ่งที่เราทำให้เขา ไม่ใช่ความรัก ความรู้สึก หรือคุณค่าของกันและกันจริงๆ นะครับ อย่าคิดมากไปนะครับ จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรหรอก ขอให้น้องทำในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจเอง คิดแล้วว่านี่คือทางเลือกที่น้องจะมีความสุขที่สุด ซึ่งไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ไม่เสียใจภายหลัง จะดีที่สุดครับ เอาใจช่วยนะครับ