ห้องนี้รับปรึกษาปัญหา ทั้งความรัก ครอบครัว การเปิดเผยตัว การออกเดท การใช้ชีวิตคู่ (?) สงสัย อยากถาม ก็ถามมาได้เลยนะครับ จะช่วยแนะนำตามประสบการณ์นะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จะไปถามใครดีนะครับ *เรื่องที่ทำงานก็ถามได้นะครับผม
สวัสดีค่ะพี่ มีอะไรอยากจะปรึกษาน่ะค่ะ แบบว่าความคิดผู้ชายเค้าคิดแบบไหนประมาณนั้นค่ะ คือแฟนหนูเค้าก็เป็นคนขี้หวงหน่อย แบบว่าขี้งอนด้วยมั้งคะ เขาก็ไม่ค่อยติดเพื่อน ก็จะติดเรามากกว่า เวลาเราจะไปไหนกับเพื่อนเขาก็จะตามไปด้วยตลอดเลยค่ะ คบกันมา ปีกว่า แล้ว เค้าก็เสมอต้นเสมอปลายค่ะ เป็นแบบนี้มาตลอดจนหนูเคยชินแล้วค่ะ เวลาทำอะไรหรือไปไหน เหมือนเป็นปาท่องโก๋อะพี่ หนูไปไหม หนูต้องชวนเขา ไม่งั้นเขาจะโกรธมาก เวลาเขาไปไหนหนูจะต้องรู้ อะไรประมาณนั้นค่ะ พอช่วงนี้อะค่ะ เค้าก็เที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆขึ้น แล้วก็ไม่ค่อยอยากบอกหนุด้วย ก็รุ้สึกว่า เขาชอบทำตัวห่างๆ จนทำให้เราทะเลาะกันเรื่องนี้ค่ะ แล้วก็หายไปหลายวันแล้ว ไม่โทรหา ไม่มาหาเลย โทรไปก็เย็นชามาก ไม่เหมือนเดิม ก็อยากรุ้ว่าเขาคิดยังไง คือเขาไม่กลับมาแล้วใช่ไหมคะ หนูต้องทำใจแล้วก็ไม่รอเขาแล้วใช่ไหม หรือว่าควรจะเข้าไปคุยกันให้รุ้เรื่องเลย (คือว่าหนูค่อนข้างอ่อนแอมากเลย ขี้กลัวด้วย) ขอบคุณนะคะ
สวัสดีค่ะ พี่เล็กกี้ คือว่าเมื่อเดือนที่แล้ว หนูได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง ตอนแรกเขาชอบแอบมองหนู แต่ไม่เคยคุยกับหนูเลย แต่กลับไปถามเรื่องหนุกับเพื่อนหนู (เพื่อนผู้ชาย) แล้วต่อมาเราก็ได้คุยกัน สนิทกัน เขาชอบมายืนเอาไหล่เขาชนกับไหล่หนูทางหลังเสมอๆ เอาหัวเค้ามาชนกับหัวหนูเสมอๆ ชอบมาชิดตัวหนู แกล้งจับมือ บางทีก็ทำเหมือนจะแกล้งหอมหนู แล้วชอบเอามือมาลูบหัวหนู ลูบแก้มหนูเวลาหนูคุยกับเขา เรารู้จักกันเร็วมากไม่ถึงเดือน แล้วเขาก็ขอเบอหนู เขาเคยโทรมาหาเราแค่ 3 ครั้งเอง ครั้งแรกสุดเขาโทรมาแค่ 4-5 ติ๊ดก็วางเลย หนุไม่ได้รับ ครั้งที่ 2 เขาโทรมาหนูหลับ (แต่หนูโทรกลับ) ครั้งที่ 3 เขาโทรมาหนูรับก็คุยกันเกือบชั่วโมง (และนั่นเป็นครั้งสุดท้าย) แต่ละครั้งที่โทรมาห่างกันประมาณ 4-5 วันต่ะครั้ง และหนูโทรหาเขา ทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกหนูโทรเพราะว่าจะแกล้งเขาเล่น เพราะเขาขอเบอหนูหลายครั้งหนูไม่ให้ บอกให้เขาเอาเบอเขามาแทนเพราะหนุไม่รับเบอแปลก แต่หนูไม่ได้โทรทันที วันรุ้งขึ้นตอนเย็นๆค่อยโทร ส่วนครั้งที่ 2โทรกลับที่เขาโทรมาตอนหนูหลับ (รวมทั้งหนูเคยส่งแมสแซสหาเขา 3 ครั้ง ในวันรุ่งขึ้นของวันที่คุยกัน แต่เขาไม่เคยส่งกลับมาหาหนูเลย ) เชาเคยบอกชอบหนู รักหนู แต่ทุกคร้งหนูก็จะบอกเขาว่าแกล้งหนูเล่นใช่ไหม ชอบเล่นๆใช่ไหมไม่ได้จริงจังอ่ะดิ เห็นหนูหลอกง่ายใช่ใหม จะหลอกหนูล่ะสิ แบบว่าพูดกับเขาแบบนี้ตลอดค่ะ แบบว่าว่าเขาตลอด แล้วหนูเคยขอดูมือถือเขา เขาก็ให้หนูดู แล้วหนูก็แกล้งเขาบอกเขาว่าโฮเบอ ญ เต็มเลยอ่ะ มีกี่คนล่ะ มีคนไหนเป็นแฟนบ้างล่ะ มีคนไหนบ้างที่หลงกลอยู่ล่ะ แบบแซวเค้าเล่นๆ แต่เค้าจริงจังมากบอกไม่มีๆมีหนูคนเดียว หนูบอกจิงอ่ะ ไม่มีเลยหรอ เขาบอกไม่มีๆ แต่ถ้ามีก็มีแต่ที่คุยเฉยๆ มีคนหนึ่งที่คุยเฉยๆ สมมุติชื่อเอค่ะ เค้าบอกว่าเค้าไม่ได้ชอบเธอ เธอโทมาหาเค้าเอง เค้าไม่เคยโทหาเธอ แล้วก็ไม่ได้เป็นแฟน ไม่ได้คิดกับเธอแบบนี้ เธอเป็นคนขอเบอเค้าก่อน ก็คุยแต่เรื่องธรรมดาเรื่อยไปอ่ะ ก็คุยมาเรื่อยเกือบ 2 ปีรู้จักมาก่อนหนูอีกอ่ะ แต่ไม่ได้มีไรกันจริงๆ แต่หนุดูแมสเซสที่เธอส่งให้เขาเยอะมาก แล้วก็หวานๆทั้งนั้น แต่เขาบอกไม่ได้มีไรกันไม่มีคิดกับเธออย่างนั้น แต่ถ้าเป็นหนูอ่ะไม่แน่ แต่ตอนนี้ อยู่ดีๆเขาก็หายไป ไม่โทหาหนุแล้วอ่ะ เค้าไม่โทรหาหนูเลย 3 อาทิตย์แล้วค่ะ หนูอยากรู้ว่าพี่เล็กกี้คิดว่าไงค่ะะ เขาไม่รักหนูแล้ว หรือเค้าไม่เคยรักหนูเลย หรือเค้าแค่แกล้งเล่น ไม่ได้จริงใจจริง หรือเขามีคนอื่น (เอ) อยู่ก่อนแล้ว หรือเค้ามีคนใหม่ หรือนี่คือนิสัยของผู้ชายเจ้าชู้ หรือเพราะอะไรกันค่ะ พี่เล็กกี้ค่ะ หนุก็รู้น่ะว่าเขางานยุ่งมากๆจิงๆแต่แค่สัก 5 นาทีโทรหากันไม่ได้เลยหรอ หนูอยากคุยกับเค้ามากเลยน่ะค่ะตอนนี้ ปกติหนูคุยกับเพื่อนเป็นชั่วโมงก็เฉยๆหายเหงา( ก่อนที่จะรู้จักเขา) แต่ตอนนี้คุยกับเพื่อนก็คิดถึงเขาอยากคุยกับเขา หนูยอมรับน่ะค่ะ ว่าหนูมันไม่ดีเพราะว่าตอนแรกหนูกะแกล้งเค้าเล่น แก้เซ็ง แก้เหงา คบไปงั้นๆ ไม่จริงจัง และเหมือนเขาก็รู้เพราะตอนหนูถามเขาว่า ไม่ได้รักกันจริงใช่ไหมคบเล่นๆอ่ะดิ เขาบอกว่าเค้าตั้งใจจะคบหนูจริง เขาคบใครก็คบจริง ใครกันแน่ที่เล่นๆ และครั้งสุดทัายที่คุยกัน เค้าก็ถามว่าหนูรักเขาไหม เขารักหนูน่ะ แต่หนูไม่ได้ตอบเค้า หนูหัวเราะ แล้วบอกว่าเร็วไป ก็จิงๆน่ะค่ะเราเพิ่งรู้จักกันแค่ 2 อาทิตย์เองค่ะะ แต่ตอนนี้เค้าหายไปแล้ว ไม่โทรมาทั้งที่ครั้งสุดท้ายที่คุยกัน ก่อนจะวางหูกันแล้วเขายังบอกจะโทรมาหาหนูใหม่น่ะ แต่หนูไม่ได้ตอบอะไร แต่กดสายทิ้งธรรมดาเหมือนทุกทีไม่ได้อะไร แล้วนี่หนุอยากรู้ว่าเค้าหายไปไหนอ่ะค่ะ หนูอยากโทรหาเขาแต่ก็ไม่กล้า กล้วเขาไม่ได้คิดไรกับหนูแบบนี้ที่กลัวตั้งแต่แรกจริงๆ (หนูเป็นคนขี้กลัว + คิดมากน่ะค่ะ) ไม่รู้จะพูดอะไรด้วยค่ะ งั้นอย่างนี้ที่เค้าหายไปก็อคงแปลว่าเค้าไม่ได้รักหนูจริงสิค่ะ (เพราะตั้ง 3 อาทิตย์แล้ว ถ้าเขาชอบหนูจริงก็ต้องคิดถึงหนู แล้วโทรหาหนูแล้วสิค่ะ) งั้นที่เขาเคยชวนหนูไปเที่ยว ไปดูหนังกัน เคยชวนหนุไปอยู่ด้วย จะเลี้ยงเราอย่างโน้น อย่างนี้ก็คงไม่จริงสิน่ะ (เขาชอบไปอยู่ห้องเพื่อนผู้ชาย แล้วเขาก็บอกหนูว่าถ้าหนูไปอยู่กับเขา เขาจะไม่ไปไหนเลย จะอยู่ห้องตลอด หรือหนูจะไปอยู่กับเขาล่ะ เพราะหนูบอกไปห้องเพื่อนทำไม อยู่ห้องตัวเองดีกว่า) พี่เล็กกี้คิดว่าอย่างไงค่ะ นี่หนูคงชอบเขาแล้วหรือ หนูคิดถึงเขาอ่ะ อยากคุยกับเขา หรือเพราะแค่เคยความชินที่มีเขาแล้วเขาหายไป หนูไม่เข้าใจตัวเองจริงเลยค่ะ แล้วหนูก็อยากรู้ว่าเขารักหนูจริงๆแบบที่เขาเคยพูดหรือเปล่าค่ะ พี่เล็กกี้ช่วยตอบทีน่ะค่ะ เพราะหนูคิดหนักจริงค่ะตอนนี้ เครียดมากอ่ะ ไม่รู้จะทำอย่างไงดิ อยากรู้จริงๆๆช่วยทีน่ะค่ะ พี่เล็กกี้ช่วยตอบคำถามหนูด้วยน่ะค่ะ 1. เขารูสึกยังไงกับหนุกันแน่ค่ะ 2. เขากับคนชื่อ เอ เป็นอะไรกันแน่ค่ะ 3. หนูเริ่มชอบเขาเข้าแล้วหรอค่ะ หรือยังไงกันแน่ค่ะ 4. แล้วทำไมเขาไม่โทรหาหนูแล้วล่ะค่ะ 5. หนูควรทำอย่างไรต่อไปดีค่ะ ไม่โทร โทร หรือยังไงดีค่ะ 6. ข้อเสนอแนะสำหรับหนูค่ะ (ขอคำตอบแบละเอียดๆ เลยน่ะค่ะ เพราะหนูโง่มากจริงสำหรับเรื่องนี้ หนูไม่รู้จริงว่าจะทำอย่างไรแล้วค่ะ) ขอบคุณพี่เล็กกี้รักมากน่ะค่ะที่ยอมสละเวลาอ่าน และให้ขัอเสนอแนะหนูค่ะ ขอโทษด้วยค่ะที่เรื่องยาวไปเยอะเลยค่ะ แต่อยากรู้จริงๆน่ะค่ะ ช่วยทีค่ะ ตอนนี้สับสนมากๆค่ะ (เคยมีคำกล่าวว่า ผู้ ญ เข้าใจยาก แต่หนูว่า ผู้ ช ก็เข้าใจยากเหมือนกันค่ะ) รบกวนตอบด้วยน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ
หวัดดีฮะพี่เล็ก มะได้ทักทายกันนานเลย สบายดีป่าวคับ ^^
สวัสดีคร้าบบบ น้อง am_joe หายไปนานเลยเหมือนกันครับ สบายดีครับผม น้องโจก็สบายดีนะครับ ^^
วานพี่เล็กกี้ หรือใครก็ได้ ช่วยตอบที่ครับ เรื่อง ช-ช นะ มันสับสนมากครับไม่รู้จะระบายที่ไหนดี เริ่มเลยนะครับคือ เพื่อนอ่ะครับเริ่มรู้จักกันตอน ม.1 เริ่มสนิทกันมากเรื่อยๆ เค้าทำดีกับผมมาก จนผมคิดว่าความรู้สึกมันมากกว่าเพื่อนเวลาเปรียบเทียบความรู้สึกกับเพื่อนคน อื่นๆในกลุ่ม แต่ผมไม่รู้เค้าคิดยังไงนะครับ แล้วก็เป็นที่รู้กันดีภายในห้องเรียนว่าเค้ากับเพื่อนผู้หญิงคนนึงกำลังกิ๊ก กัน บางทีผมเหมือนรู้สึกน้อยใจเล็กๆ แต่ไม่ได้จริงจัง เลยลองออกห่างดูว่าความรู้สึกมันจะเหมือนเดิมรึป่าว แต่มันห่างจนเรากลายเป็นคนไม่สนิทไปเลยครับ ไม่พูดไม่จากันเลย ผมเริ่มเครียดมากตอนแรกไม่ได้ตั้งใจขนาดนี้ ตอนนั้นผมอยากคุยกับเค้ามาก ผ่านไปเป็นปีๆ จน อยู่ ม.3 มีเพื่อนสังเกตและถาม ว่าทำไมไม่พูดกัน ผมเลยอาศัยเพื่อนคนที่มาถามให้ลองกลับไปถามเค้าดูว่ารู้สึกยังไง เค้าตอบมาว่า ไม่รู้เหมือนกันเพราะผมไม่ยอมคุยกับเค้าเลย เค้าก็อยากคุยกับผมอยู่เหมือนกัน แต่เค้าไม่ชอบง้อใคร พอดีตรงกับช่วงปีใหม่ขึ้นปี 2010 ผมเลยส่งของขวัญกับข้อความไปเล่าทั้งหมดและขอโทษเค้า วันถัดหลังจากชดเชยปีใหม่ผมตั้งหน้าตั้งตารอ รีบไปโรงเรียนแต่เช้าเพื่อจะดูว่าจดหมายที่ส่งไปมันจะทำอะไรได้ บ้าง สรุปตอนเช้าเค้าไม่พูดอะไรเลย หลังจบคาบเรียนช่วงเช้า เค้าบอกผมประมาณว่า ผมเขียนซ้ะจนทำให้เค้าร้องไห้ แล้วทำเหมือนจะเขินนิดหน่อย เค้าบอกผมว่านี่เป็นจดหมายรัก แต่ในจดหมายผมไม่ได้เขียนเกี่ยวกับว่ามีใจให้อะไรทำนองนั้นเลยจริงๆนะ คงจะเป็นการใช้ภาษาแต่ผมเขียนไปขอโทษเค้าจริงๆ หลังจากนั้นเค้าก็เข้าใจ และกลับมาสนิทกับผมเหมือนเดิม ผมมีความสุขมาก เวลาไปกินข้าวด้วยกันก็กลับมาเหมือนเดิม ตอนไปเข้าค่ายเราก็นอนด้วยกันกุมมือกันด้วยผมเป็นห่วงเค้ามาก และเท่าที่ดูๆเค้าก็คงเป็นห่วงผมเหมือนกันเวลาเกิดเรื่องอะไรต่างๆ เราเคยกอดกันด้วย แบบกอดจริงๆเลย แบบที่ไม่มีใึีครเห็น ผมเคยแกล้งพูดเล่นๆว่าเราเป็นแฟนกันแบบหัวเราะ แต่เค้าก็บอกว่าใช่ เราเป็นแฟนกัน ผมไม่รู้ว่าเค้าคิดอะไรอยู่กันแน่ เพราะบางทีเค้าก็จะดูแลเอาใจใส่มากๆกับผู้หญิงคนนั้นที่กิ๊กกันอยู่ ทั้งๆที่ผมก็อยู่ใกล้ๆ เวลาที่เค้าดูแลเธอ เค้ามักจะแอบชำเลืองมองผมด้วย และผมจะชอบแกล้งเหม่อไปที่อื่น เป็นงี้อยู่สักพักก็ถึงเวลาที่ต้องแยกกันอีก คือเรียนต่อ ม.4 เค้าเ้รียนเก่งกว่าผมมากเราเลยเลือกเรียนคนละสาย และต้องอยู่คนละห้องแน่นอน แต่เค้ากับเธอคนนั้นยังได้เรียนห้องเดียวกันอยู่ แต่ผมกับเค้าก็ยังมีโอกาสได้เจอบ้างนิดหน่อยแค่ตอนเช้ามาโรงเรียนเพื่อนๆก็ จะมานั่งอยู่ด้วยกันหมดเหมือนตอน ม.ต้น เลยทำให้ได้เจอกัน เวลาที่ผมกับเค้าคุยกันมันกึ่งกลางคนสนิทกับไม่สนิท ถามคำตอบคำ ถามไปเรื่อย ถามเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เรื่องก้อนหิน เรื่องใบไม้ เหมือนมันหมดมุขจะคุยกันแต่ก็พยายามทั้งคู่ เค้าดูสนใจเพื่อนใหม่และห้องเรียนใหม่ของเค้ามากขึ้น ผมเริ่มเลิกที่จะคิดอะไรแบบนั้น ได้มากกว่าครึ่งนึงแล้ว แต่ช่วงไม่นานมานี้ เค้ามักจะโผล่มาทักผมก่อนบ่อยๆ บางทีผมจะยิ้มหรือแค่ยักคิ้วให้แล้วเดินผ่านไปเลย แต่บางทีจะถามเพื่อนบางคนว่าเค้าสองคนเป็นไงกันบ้างมีเพื่อนหลายๆคน(ที่ยัง อยู่ห้องเดียวกับเค้าตอนนี้)บอกว่า เค้ากับเธอคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกันแต่แรก ที่กิ๊กกันเป็นแค่คำแซวของเพื่อนๆเท่านั้น มีเหตุการณ์ที่ผมต้องลุกไปต่อหน้าเพื่อนทั้งหมดชั้น ม.4 เป็นคาบ Homeroom ที่ อ.ที่ปรึกษาจะให้นักเรียนทุกคนมาประชุมกันในห้องใหญ่ วันนั้นเค้าชมผมว่าหล่อเหมือนเดิม(คำพูดเค้าเองเลยนะ) ..เวลามีเพื่อนแซวว่าผมกับเค้าเป็นอะไรกันหรือเปล่า เค้าจะทำทีว่า แค่ล้อเล่นไม่ได้สนใจผมแน่นอน จนบางทีผมคิดว่ามันอาจจะจริงก็ได้เพราะเค้าก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ ...เมื่อวันก่อนเราเดินสวนกัน เค้าโบกมือแล้วเรียกชื่อผม ผมก็ทักทายเค้ากลับแต่เค้าหยุดมองผมจนทำให้ผมเดินช้าลงแล้ว มองที่เค้าเหมือนกันแต่ไม่ได้พูดอะไรกันสักคำเลย มันนานมากที่มองกันจนเพื่อนของเค้าที่เดินมาด้วยเดินเลยหายไปหมดแล้ว สายตาเค้ามองมันเป็นแบบเดียวกัน กับตอนที่เราเคยสนิทกันมากเหมือนเมื่อก่อนจนผมต้องรีบหันหน้าหนีแล้วเดินต่อไป เพราะมันเป็นผู้ชายทั้งคู่ผมเลยไม่กล้าทำอะไรสักอย่างเลย จะบอกไปถ้าเกิดเค้าไม่คิดด้วยขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่รู้จะทำยังไง ผมเองก็แค่พยายามไม่คิด แต่เจอเหตุการณ์แบบนี้อีกผมไม่รู้จะทำยังไง เรื่องผู้ชายต่อให้ดูดี หน้าตาหล่อแค่ไหนผมก็ไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้ด้วย แต่ถ้าบอกว่าผมชอบเค้าอาจจะยอมรับก็ได้ แต่ตัวเค้าเองผมไม่แน่ใจว่าเค้าคิดแบบไหน ทำไมบางทีดูไม่สนใจผมเลยสักนิด แต่ บางทีจะทำเหมือนมีใจ เรื่องเค้าผมแก้ปัญหาด้วยตัวเองมาตั้งแต่ ม.ต้นแล้ว ถ้าผมไม่รู้ว่าเค้าคิดยังไงคงปวดหัวตายพอดี กว่าจะจบ ม.6 โน่น -.- ผมสมัครสมาชิกเพื่อมาขอคำปรึกษาโดยเฉพาะเลยนะครับเนี่ย ไม่กล้าไปปรึกษาลงเว็ปทั่วไปอ่ะ ช่วยทีนะครับ ผมคิดเองไม่ไหวละครับ วู้ว~!!
โอ้โห ไม่มีน้องๆ มาถามนานๆ พี่ก็เหงาเหมือนกันนะครับ เหมือนไม่ได้ทำงาน ฮ่าๆๆ ^^" สวัสดีน้องๆ ทุกคนด้วยนะครับ พี่เล็กกี้ยังอยู่ตอบคำถามเรื่องความรักของชาวเราตามปกตินะครับผม ก็สวัสดีน้อง Kamax ด้วยครับ และก็ขอตอบคำถามดังนี้ น่ารักดีนะครับ เรื่องที่น้องเล่ามา ความรักในวัยเรียนมันก็เป็นลักษณะอย่างนี้ล่ะครับ คือไม่ชัดเจน ไม่แน่ใจ ทำให้กังวลใจ มีความรักแต่ก็เต็มไปด้วยความกังวลใจ เศร้าใจ จนบางครั้งเราก็อาจจะสงสัยว่า มีความรักไปทำไมถ้ามันทำให้เราทุกข์ สำหรับกรณีของผู้ชายอย่างเรา ก็จะมีปัญหาเพิ่มกว่าคนอื่นตรงที่ เราจะกลัว กับความเสี่ยง ที่หากเราชอบเพื่อนแล้ว เราจะบอกไปแล้วถ้าเกิดเป็นความเข้าใจผิด (เรามักจะชอบคิดเข้าข้างตัวเอง) เราอาจจะเสียเพื่อน อาจจะเสียชื่อ โดนแกล้งได้ เพราะเหมือนกับเป็นการยอมรับว่าเราชอบผู้ชายด้วยกัน และถ้าเรื่องมันกลับตาลปัตร กลายเป็นว่าเขาเอาไปบอกคนอื่น อาจจะทำให้ชีวิตวัยเรียนที่เหลืออยู่ของเราไม่มีความสุขไปเลยก็ได้ ทำให้หลายๆ คนอาจจะไม่อยากเสี่ยง ที่จะบอกความรู้สึกออกไป ... แม้ว่าในหลายๆ ครั้ง คนสองคนก็ใจตรงกันคิดเหมือนกันนะครับ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะแนะนำน้อง ก็คือ โดยทั่วไปแล้ว ความรักในวัยเรียนมักจะไม่ยืนยาว เนื่องจากต่างเป็นความรักครั้งแรกของคนทั้งคู่ ทำให้ยังทำตัวไม่ถูก ยังไม่รู้จักตัวเองดีพอนะครับ พี่ไม่อยากให้น้องเสียใจ แต่ก็อยากให้น้องทำใจไว้ส่วนหนึ่ง ก็จะดีว่า เรายังต้องผ่านชีวิตอีกมากมาย เจอคนอีกมากมาย ทั้งในมหาวิทยาลัย ในที่ทำงานที่หนึ่ง ที่ทำงานที่สอง ในฟิตเนส ในมหาวิทยาลัยตอนเรียน ป.โท และเพื่อนร่วมงานที่อาจจะทำงานอยู่บริษัทลูกค้า ก็เป็นไปได้ ซึ่งในอนาคต น้องอาจจะพบว่าคนที่ใช่ ที่ได้คบหากันยาวนาน เข้าใจกันและกัน เข้ากันได้นั้น อาจจะเป็นคนที่น้องได้รู้จักใหม่ในที่ต่างๆ ที่พี่ยกตัวอย่างไป นะครับ สองเรื่องข้างต้นเป็นเรื่องที่พี่อยากให้น้องลองทำความเข้าใจเอาไว้ก่อนเป็นพื้นฐานนะครับ สำหรับเรื่องของน้องโดยเฉพาะนั้น พี่จะตอบเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ เรื่องของน้องพี่มองว่า 50/50 นะครับ เป็นไปได้ครึ่งหนึ่งว่า เขาก็ชอบน้อง แต่เขาเองอาจจะยังไม่รู้จักตัวเอง หรือยังยอมรับตัวเองไม่ได้ว่าชอบผู้ชาย และตอนนี้ก็พยายามจะทำให้น้องเข้าใจว่าเค้าชอบน้องอยู่โดยการกระทำต่างๆ หรือ เป็นไปได้ครึ่งหนึ่งด้วยว่า เขาไม่ได้คิดอะไรกับเรานอกจากเป็นเพื่อนสนิท ที่รู้จักกันมานาน อยากจะแหย่น้องเล่นๆ เพื่อดูว่าชอบเขาจริงๆ อย่างที่คิดหรือเปล่า อาจจะพนันกับเพื่อนของเขาไว้ และมองความรู้สึกที่น้องมีให้เขาเป็นเพียงเรื่องสนุกสนานที่เอาไว้ล้อเล่นเท่านั้น ... สองกรณีนี้ต่างกันคนละด้าน เป้นการมองในแง่ดี และมองในแง่ร้าย ซึ่งเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง ดังนั้นพี่ก็อยากให้น้องใจเย็นๆ ไว้ก่อน อย่าผลีผลามไปบอกความรู้สึกออกไป หรือทำอะไรไปตรงๆ นะครับ ค่อยๆ ดูสัญญาณในสิ่งที่เขาแสดงออกมาไปก่อน ถ้าพี่ลองวิเคราะห์ดูเรื่องสมัยก่อน ที่ไปเข้าค่ายด้วยกัน เคยกุมมือกัน เคยกอดกัน ตามที่น้องเล่ามา พี่คาดว่าเขาก็มีความรู้สึกชอบพอน้องในระดับหนึ่งนะครับ และยิ่งชัดขึ้นเมื่อห่างกัน ถ้าเขาไม่ได้ชอบเราแล้ว ตอนม.ปลาย คงไม่อยากเข้ามาคุยกับเราอีก เพราะว่าถ้าเขาไม่ได้ชอบผู้ชายด้วยกัน ที่เคยทำไปตอนเด็กมันก็จะเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำสำหรับเขา ดังนั้น พี่จึงมองว่าเขาอาจจะสนใจเราอยู่บ้างนะครับ สิ่งที่น้องควรทำก็คือ อย่าไปหนีหน้าเขา คิดว่าเขาเหมือนเพื่อนเราคนหนึ่ง ถ้าเจอเขาก็ทักทาย ถ้าเขาโบกมือก็โบกตอบทักทายกันได้ คบเขาให้เหมือนเพื่อนทั่วๆ ไปนะครับ แล้วคอยดูว่าเขาจะทำกับเราอย่างไร หมายถึงจะมีการชวนเราไปดูหนังมั้ย ชวนไปไหนมาไหนด้วยกันบ้างหรือเปล่า หรือชวนไปเที่ยวบ้าน ชอบมาขลุกอยู่กับเราบ่อยๆ ถ้าเขามีพฤติกรรมที่เข้ามาตีสนิทเรามากขึ้น ก็แสดงว่าเขามีโอกาสที่จะอยากคบเราได้ แต่ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติมนอกจากแค่ทักทาย ก็อาจเป็นว่าเราเข้าใจผิดไป เขาไม่ได้คิดอะไรกับเราไปมากกว่าเพื่อนก็เป็นได้นะครับ ความรักในวัยเรียน นอกจากที่พี่เขียนไปข้างต้น ยังมีอีกเรื่องที่พี่เขียนไปหลายครั้งเหมือนกัน คือ แม้บางครั้งคนสองคนจะมีใจตรงกัน ชอบกันแต่ก็ไม่กล้าที่จะยอมรับว่าตัวเองชอบผู้ชายด้วยกัน เรื่องของครอบครัวก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้กังวลใจ เพราะยังต้องพึ่งพ่อแม่เลี้ยงดู ก็อาจจะกลัว ไม่รู้ว่าพ่อแม่จะยอมรับได้หรือไม่ บางครั้งชอบกัน เปิดเผยกันแล้ว แต่ก็ปิดบังครอบครัว หรือเมื่อถูกจับได้ ก็ถูกกีดกันสั่งให้แยกกันก็มี บางคู่ คนหนึ่งก็จำใจต้องไปแต่งงานกับผู้หญิงเพื่อพ่อแม่ก็มีนะครับ น้องยังเป็นวัยเรียน ชีวิตยังอีกยาวไกล ยังมีอีกหลายอย่างที่เราจะได้เรียนรู้กับชีวิตนะครับ ตั้งใจเรียน และขอให้ใช้ชีวิตวัยเรียนให้สนุกสนานเต็มที่นะครับ ความรักในวัยเรียนก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เป้นประสบการณ์ที่ดี ไม่ว่าจะสมหวัง หรือผิดหวัง ล้วนเป็นสิ่งที่ดีกับชีวิตของเราในอนาคต ที่เราไม่อาจจะย้อนกลับไปได้อีก เมื่อเราเรียนจบแล้วออกไปทำงานแล้วนะครับ แต่อย่างหนึ่งที่น้องต้องจำเอาไว้คือ เมื่อไรก็ตามที่มีอะไรกับผู้ชายคนอื่น จะต้องป้องกันด้วยทุกครั้ง (หมายถึงใช้ถุงยางอนามัยเสมอเมื่อมีเพศสัมพันธ์) เพราะเรื่องนี้ไม่มีโอกาสให้แก้ตัว เพื่อตัวเราเอง คนที่เรารัก พ่อแม่และครอบครัวนะครับ ถ้าน้องมีอัพเดทปฏิกิริยา หรือพฤติกรรมของเขาเพิ่มเติมก็มาปรึกษาพี่อีกได้นะครับ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามได้ครับ ขอให้โชคดี พี่เป็นกำลังใจให้นะครับ
ขอบคุณพี่เล็กกี้ที่ให้คำปรึกษานะครับ ขนาดคนให้คำปรึกษายังว่า 50/50 เลยอ่ะ มันกลัวเสี่ยงจริงๆอ่ะครับ(ถ้าอีกคนเป็นผู้หญิงผมกล้า 100% เลย แต่นี่มันไม่ใช่ซ้ะงั้น)อันนี้เป็นความคิดผมนะ จากที่พี่ให้คำปรึกษามา1.เรื่องที่เค้าจะเอาไปบอกคนอื่นผมคิดว่าคงไม่อ่ะ เพราะเค้าจริงจังกับผมทุกครั้ง ถ้าแกล้งก็มีบ้างแต่จะชอบพูดต่อท้ายว่าล้อเล่น ๆ ถ้าผมงอนจริงๆ เค้าจะมาถามแล้วขอโทษทันทีเลย แต่ไม่เคยมีขั้นรุนแรงนะ2.เรื่องไม่มีความสุขกับชีวิตเพราะโดนล้ออ่ะ มีบางทีที่คิดไปเรื่อยนะครับถ้าเกิดคบกันจนคนอื่นรู้จริงๆ มันก็น่าอายพอๆกันอ่ะ ถ้าเกิดได้คบกันขึ้นมาจริงๆ ผมกลัวเค้าอายมากกว่า เพราะผมไม่กลัว ใครจะเล่นก็ลองเด่ะ! เรื่องเล่นงานคนอื่นผมแสบมากครับจะบอก หึ~ หึ~3.บ้านเค้าอยู่ไม่ไกลจากบ้านผมมากครับ ถ้าเป็นตอนนี้จะชวนเที่ยวนี่คงชวนไปนานละ ถ้าชวนแบบไปกันแค่สองคนคงเป็นตอนที่ได้คบกันแล้วจริงๆ ไปเลยอ่ะมั้ง4.เค้าเคยขอมาบ้านผมครับแต่ ผมบอกไม่ต้องมา เพราะตอนนั้นอายบ้านมัน"รก"อ่ะ(555 )5.เรื่องความรักผมนี่ถ้าคราวนี้ผิดหวัง ผมคงไม่มองผู้ชายที่ไหนแล้วละครับและเรื่องเพศสัมพันธ์ไรนี่ ผมไม่คิดมีกับผู้ชายอ่ะครับ คือจริงๆแล้วมันไม่ได้รู้สึกชอบถึงขั้นนั้นอ่ะครับปล.วันนี้ก็เจอกันครับคุยกันไม่กี่คำเพราะไม่ว่างทั้งคู่ วันที่ 1 กันยาผมจะแสดงละครหน้าเสาร์ธงด้วยเป็นกำลังใจด้วยครับบบ~ ใกล้วันเกิดผมแล้วว~ <<(นอกเรื่อง)จะดูว่าเค้าจะมาชมผมอีกไม๊ จะแอบขอของขวัญด้วยดีป่ะ 5555 <<<<<<<<<<<<<<<<<(ในเรื่อง)ถ้าอัพเดทต่อเนื่องได้ผมคงต้องอัพเดทไปจนจบ ม.6 อ่ะมั้ง 5555 <<<<<<<<<<<<<<<<(พูดเล่นนะ)
ตอบน้อง Kamax ครับ พี่ก็ดีใจนะครับ ที่น้องไม่รีบร้อน และมีความรอบคอบ คิดก่อนที่จะทำอะไร เป็นผู้ใหญ่ดีครับ พี่คอมเม้นต์ตามข้อนะครับ 1. ดีแล้วครับ 2. ถ้าน้องเองไม่กลัว พี่ก็ว่าดีแล้วครับสำหรับตัวเรา อละก็ดีครับที่น้องห่วงเค้าด้วย เพราะเรื่องอย่างนี้ แต่ละคนก็รับได้ไม่เหมือนกันนะครับ 3. ก่อนจะตัดสินใจคบกัน ก็ควรจะเดทกันก่อนนะครับ เดทก็คือไปใช้เวลาร่วมกันในกิจกรรมทั่วๆ ไป เช่น ดูหนัง เดินเที่ยวห้างซื้อของ เล่นฟิตเนสด้วยกัน หรือว่าเล่นกีฬาด้วยกัน (เช่นไปว่ายน้ำด้วยกัน) ซึ่งถ้าใช้เวลาร่วมกันแล้ว ไมม่ทะเลาะกัน มีความสุข ก็จะเป็นเรื่องหนึ่งที่ใช้ในการตัดสินใจคบกันต่อไป (หรือไม่) นะครับ คนบางคนดูเหมือนจะเข้ากันได้ แต่มีไลฟ์สไตล์ (รูปแบบการใช้ชีวิต) ที่แตกต่างกันมาก พออยู่ด้วยกันแล้วถึงรู้ว่าไม่สามารถไปด้วยกันได้ก็มีไม่น้อยนะครับ เป็นเรื่องปกติ 4. นับ 1 คะแนนครับ ถ้าเค้าอยากมาเที่ยวบ้านน้อง ก็อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เรารู้ได้ว่าเขารู้สึกกับเราอย่างไร หรือเป็นการเปิดโอกาสที่จะได้อยู่กันสองคน ที่จะสามารถพูดอะไรกันได้ตรงๆ มาก โดยไม่ต้องกลัวใครจะได้ยินนะครับ 5. พี่เข้าใจน้องนะครับ แต่พี่ไม่สนับสนุนให้น้องคิดแบบนี้เลยครับ ในวัยรุ่น เราจะมีความเชื่อว่า ความรักจะเป็นเหมือนรักแรกพบ รักแรกและรักเดียว ซึ่งในชีวิตจริงนั้น (โดยเฉพาะผู้ชายอย่างเรา) มันมีน้อยมากครับ คนส่วนใหญ่ต้องผ่านรักแรกมาทั้งนั้น เป็นบทเรียนให้พัฒนาตัวเอง และเข้าใจตัวเองมากขึ้น แล้วก็ยังต้องศึกษาตัวเองไปเรื่อยๆ จากการคบคนที่สอง คนที่สาม จนกว่าจะรู้จักตัวเอง และความต้องการของตัวเองที่ชัดเจน ก็จะเริ่มรู้แล้วว่า ต้องการคบกับคนแบบไหนกันแน่นะครับ ... พี่ไม่ห้ามให้น้องคิดแบบที่คิดอยู่ แต่พี่มองว่ามันเป็นการทำร้ายตัวเอง กับการตั้งกฎว่า ถ้าไม่สมหวังในความรักครั้งนี้แล้ว ก็จะไม่มีความรักอีกเหมือนในละคร แต่ชีวิตจริงไม่ใช่ละคร แม้จะผิดหวังกับความรักบ้าง ชีวิตก็ต้องดำเนินต่ิไป และเรามีชีวิตเดียว ก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า อย่างมีความสุข ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตที่เป็นทุกข์ไปตลอดชีวิตที่เหลือ เพียงเพราะเราผิดหวังในความรักนะครับ .. อีกทั้งชีวิตเราไม่ได้มีเราคนเดียว ไม่ได้มีแต่เรื่องของความรัก ยังมีครอบครัว (พ่อแม่) เพื่อน การทำงาน สังคม และอีกหลายส่วน ความรัก เป้นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นเพียงก้าวหนึ่งของชีวิต ซึ่งน้องจะได้เรียนรู้ จากการที่น้องโตขึ้น จะมีประสบการณ์มากขึ้น แล้วน้องก็จะเข้าใจ และเห็นได้เองว่า ชีวิตเรานั้นมันมีเรื่องอีกมากมายนักนะครับ ส่วนเรื่องมีสัมพันธ์กับผู้ชายนี่ พี่มองว่าน้องยัง ม.ปลาย อยู่ อาจจะยังไม่ทราบว่าผู้ชายมีสัมพันธ์กันอย่างไร หรือถ้าทราบแล้วก็อาจจะยังรับไม่ได้ รู้สึกไม่ดีกับมัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ สำหรับคนส่วนใหญ่ เมื่อโตขึ้นก็จะเข้าใจเอง ก็จะเรียนรู้ว่ามันเป็นอย่างไร และเราชอบอย่างไร ยังมีเรื่องอีกมากให้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ ... ในสมัยวัยรุ่น เราก็จะคิดถึงเรื่องความรักซะเป็นส่วนใหญ่ จากที่เราเรียนรู้จากภาพยนตร์ การ์ตูน ละคร แต่ในชีวิตจริงมันยังมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง เพิ่มเติมจากเรื่องของความรัก ประสบการณ์จะทำให้เราได้เรียนรู้ชีวิตมากขึ้นเองนะครับ ... แต่ ถ้าโตแล้ว น้องก็ยังไม่รู้สึกอยากจะมีอะไรกับผู้ชาย พี่คิดว่าน้องน่าจะเป็นผู้ชายทั่วไปที่แต่งงานกับผู้หญิงนะครับ แต่จากที่พี่ฟังน้องเล่ามา พี่รู้สึกว่าน้องมีความสุขกับการได้ใกล้ชิด สัมผัส กอดกับเขา พี่คิดว่าความรู้สึกของน้องไม่น่าจะพลาด ก็น่าจะชอบเขาน่ะแหละครับ เป็นกำลังใจให้แสดงละครดีดีนะครับ ละครอะไรอ่ะครับหน้าเสาธง สมัยพี่เค้าเรียกลงโทษนะครับ เวลาไปอยู่หน้าเสาธง อิอิ .. เรื่องขอของขวัญ พี่คิดว่า ของแบบนี้ถ้าเราไม่ขอ แต่เค้าเอามาให้เองจากความตั้งใจของเค้า จะดีกว่ามั้ยครับ ถ้าโดนทวงก็ไม่เรียกว่าเป็นของขวัญจากใจหรือเปล่าครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ
ขอบคุณพี่เล็กกี้อีกทีครับ ต่อไปนี้ผมกะว่าจะมาดูทุกวันอ่ะครับเพราะมันไม่มีไรทำ ข้อ1. ครับ 2. 3.ตอนอยู่คณะสีเดียวกันตอน ม.ต้น ผมเคยเป็นนักบาสทีมเดียวกับเค้าอ่ะครับ เค้าจะบอกข้อเสียให้ผมแก้ไขบ่อยๆ ผมกลัวมันก็ตอนนี้แหละ เพราะจริงจังเกิน เหมือนดุเลย มันเกี่ยวข้องกับ "ไลฟ์สไตล์" ที่พี่พูดถึงรึป่าวครับ 4.ให้เลยหรอครับ ดีจังอ่ะ 5.ไม่มองใครอีก ผมหมายถึง กับผู้ชายผมคิดกับใครไม่ลงอ่ะครับ คือมันรู้สึกแค่เค้าคนเดียว แต่ถ้าเป็นผู้หญิงอาจจะมีก็ได้มั้งครับ คือผมเคยเผลอคิดเรื่องแต่งงานมีลูกอ่ะครับ เหอะๆ ตลกไม๊อ่ะ ..หรือบางทีนะครับ ไม่แน่ใจอนาคตตัวเองแค่บางทีอ่ะอาจจะเป็นอย่างที่พี่บอกก็ไ้ดครับ ที่ผิดหวังครั้งเดียวก็ไม่เอาอีก ถ้าเป็นงั้นขอเห็นหน้าไปตลอดชีวิตก็ยังดีอ่ะ จะตามไปตลอดเลย (เพราะบ้านอยู่ไม่ไกล 555 ) เรื่องสัมพันธุ์กับผู้ชายมันมาจากข้อ 5. นะครับคือนึกแล้วมันคิดไม่ลง รวมถึงตัวเค้าเองด้วยอ่ะ แต่ไม่ได้หยะแหยงตัวเค้าหรอกนะ คือก็ยังชอบอยู่ แต่ถ้าเค้าขอตอนได้คบกัน(เข้าข้างตัวเองอีกละ) ก็ยอมมั้ง -.- (แต่คนเดียวนะ) ปล. - วันนี้ไม่เจอหน้าครับ แต่มีเพื่อนที่เค้ารู้ฝากของผมก่อนกลับบ้านใ้ห้ไปคืนให้เค้าวันพรุ่งนี้ด้วย เหมือนเป็นใจ 555 - ทำไมพี่ว่าหน้าเสาร์ธงมันลงโทษละครับ ผมชอบนะ ชอบพูดหน้าเสาร์ธง ยิ่งแสดงละครมีเพื่อนไปด้วยนี่น่าสนุกดี ละครเป็นละครเกี่ยวกับการละเมิดและการใช้สิทธิทางกฏหมายครับ - ของขวัญนี่ไม่ทวงก็ได้ครับ แต่เค้าน่าจะจำตอนที่ผมให้ของขวัญเค้าปีนี้ได้นะ เค้าได้รับจากคนอื่นเอาใส่ถุงรวม แต่ของผมเค้าหันข้างให้แล้วบอกให้เอามาใส่กระเป๋ากางเกงครับ ตอนนั้นยิ้มเลยอ่ะ มันคิดยังไงกันนี่ ฝากพี่อีกข้อครับ ขอบคุณครับ
ตอบน้อง Kamax ครับ นับ 2 คะแนนที่บอกให้ใส่ของขวัญในกระเป๋ากางเกงครับ ฮ่าๆ มีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้น ถ้าอยากให้เราเอามือไปยุ่งกับกระเป๋ากางเกงเค้าครับ จากสถิตินะครับ ผู้ชายทั่วๆ ไปจะไม่อยากให้เพื่อนผู้ชายมาเอาของยัดใส่กระเป๋ากางเกงสักเท่าไรครับ เรื่องคิดมีลูก มีครอบครัว ไม่ผิดหรอกครับน้อง เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วยซ้ำ ใครๆ ก็อยากจะมีครอบครัวที่มีความสุขนะครับ สำหรับอายุอย่างน้อง ก็ไม่แปลกที่จะมองแบบนั้นครับ พี่ยังไม่ฟันธงล่ะกันว่าน้องเป็นอะไร ชอบผู้ชายจริงๆ หรือแค่ชั่ววูบ ให้น้องเป็นคนพิสูจน์ตัวเองดีที่สุดครับ พี่ไม่เชียร์ให้คนที่เป็นผู้ชายทั่วไปมาเป็นเกย์ และไม่เชียร์ให้เกย์พยายามกลับไปเป็นผู้ชายทั่วไป นะครับในทางกลับกัน อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตที่มีความสุข พี่ว่านั่นล่ะดีที่สุดนะครับ ... สมมุติล่ะกันว่าน้องเป็นชอบผู้ชายจริงๆ อนาคตของชีวิตเราก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างไปจากผู้ชายทั่วไปในสังคมครับ ซึ่งพอน้องโตขึ้นก็จะค่อยๆ มองเป็นเองว่ามันเป็นอย่างไร พี่เปรียบเทียบอย่างนี้ ในวัยรุ่นของเด็กผู้ชาย ก็จะชอบเพื่อนผู้หญิงที่ถูกสเปค ช่วงยังเด็กนึกออกแต่เรื่องความรัก โรแมนติก แต่ยังไม่มีความคิดว่าจะไปมีอะไรกันกับคนที่ชอบ นอกจากนั้นก็ไม่อยากไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นด้วย (แม้ว่าอาจจะเริ่มดูหนังโป๊ระบายความรู้สึกส่วนตัวบ้างแล้วก็ตาม) ... สำหรับเด็กผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน ก็ไม่ต่าง เพียงเปลี่ยนจากชอบผู้หญิงเป็นชอบผู้ชายเท่านั้นเอง จึงไม่แปลกนะครับที่เรายังไม่มีความคิดในเรื่องเซ็กส์มากนัก รวมถึงการติดยึดอยู่กับคนคนเดียวที่เราชอบ ในรูปแบบที่น้องเป็นอยู่นะครับ เรื่องนี้ก็อย่างที่พี่บอกว่า เวลาจะเป้นตัวสอนเราไปเรื่อยๆ ตามธรรมชาติของมันครับ ขอให้มีความสุขกับการแสดงนะครับ เอาใจช่วยครับ