ห้องนี้รับปรึกษาปัญหา ทั้งความรัก ครอบครัว การเปิดเผยตัว การออกเดท การใช้ชีวิตคู่ (?) สงสัย อยากถาม ก็ถามมาได้เลยนะครับ จะช่วยแนะนำตามประสบการณ์นะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่ไม่รู้จะไปถามใครดีนะครับ *เรื่องที่ทำงานก็ถามได้นะครับผม
พี่เล็กกี้คร๊าบบบบบบบ คิดถึงพี่เล็กกี้จังเลยครับ ขอถามพี่เล็กกี้หน่อยซิครับว่าทำยังไงถึงจะลงรูปอย่างพี่เล็กกี้ได้ล่ะครับเนี่ย รบกวนสอนน้องหน่อยซิครับ PLEASEEEEEEEEEE!!!!!
อะจ๊ากกกกกกกกก ทำไมรูปใหญ่อย่างนี้
ตอบ PICKYMICK ครับ อันนี้ไม่ใช่ปัญหาหัวใจนี่ครับ ^^'' แต่จะแนะนำให้นะครับ ขั้นแรกล็อกอินก่อนครับ แล้วกดที่เมนู Photo Spaces แล้วกดอัพโหลดรูปขึ้นไปประมาณกลางๆ จอนะครับ จะมีปุ่มให้เลือกรูปจากในเครื่องครับ
สวัสดีครับ @XKhung ผมมีความเห็นและคำแนะนำดังนี้ครับ อย่างที่พี่เคยกล่าวไปนะครับ ความรักทำให้เรามีความสุขและความทุกข์มาคู่กัน ดังนั้น นำความเจ็บ ความเสียใจ มาทำให้เรามีจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้น จะดีกว่านะครับ พี่คิดว่าการที่เรามีกำแพงกั้นในความสัมพันธ์กับคนอื่น (เพื่อนก็ตาม) เป็นผลมาจากการที่เรากลัวที่จะต้องเสียใจ หรือพูดง่ายๆ ว่ากลัวถูกคนอื่นทำร้าย แต่จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีใครทำร้ายเราไปได้มากกว่าเราทำร้ายจิตใจของตัวเอง เช่น การที่เรานำสิ่งที่ผ่านไปแล้วมาคิดย้ำกับตัวเอง ทำให้เกิดความเศร้านะครับ เรื่องที่ผ่านไปแล้ว เมื่อนำมาคิดให้เกิดประโยชน์กับการที่เราจะพัฒนาการแสดงออก การกระทำ การตัดสินใจในอนาคตให้รอบคอบขึ้นแล้ว ก็ผล่อยมันไปเถอะครับ มีคำวิเศษอยู่คำหนึ่งคือ "ก้าวต่อไป" หรือภาษาอังกฤษเรียก move on! นี่เป็นสิ่งที่เพื่อนชาวต่างชาติของพี่เคยให้กำลังใจมาในสมัยที่มีความท้อแท้นะครับ เชื่อเถอะว่า กำลังใจของเรานี่ล่ะคือสิ่งที่สำคัญที่สุด กระทั่งคนที่ไม่สบาย ถ้ามีกำลังใจยังสู้กับโรคร้ายได้ เช่นเดียวกันกับคนที่ ไม่สบายในเรื่องความรัก ถ้าเรา มีกำลังใจที่ดี อนาคตที่สดใสก็อยู่ไม่ไกล ได้มาได้ด้วยสองมือของเราเองนี่ล่ะครับ ไม่ใช่ได้มาจากใครอื่นเลยนะครับ เรื่องมีแฟนตอน ม.5 คบไม่นาน เรื่องธรรมดาครับ ตามที่พี่เคยพูดเรื่องความรักในวัยเรียนมันมีปัญหาเยอะนะครับ แต่ถ้าการที่เราเสียใจกับความรักในวัยเรียน ทำให้เราไม่กล้าจะมีแฟนอีกตยถึงตอนนี้ อันนี้ไม่ถูกนะครับ แต่ถ้าเราพร้อมจะมี แต่ยังไม่มีซะที นี่อีกเรื่องนึงนะครับผม *ความเห็นและคำแนะนำของผม มาจากประสบการณ์ของผมเอง และแง่คิดจากปัญหาและประสบการณ์ของคนที่รู้จัก อาจถูกหรือผิด แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนซึ่งก็ต่างกันไป ควรพิจารณาให้ดีถึงความเหมาะสม ความปลอดภัยต่อสถานะ และความมั่นคงของชีวิตของเราก่อนนำไปใช้นะครับผม โชคดีครับ
ตอบน้อง KUN_WIT ถ้ามีโอกาสก็จะหยิบมาแชร์ให้ฟังบ้างนะครับ
สวัสดีครับ @Dekdekwa ผมมีความเห็นและคำแนะนำดังนี้ครับ ผมคิดว่าเป็นไปได้ครับ เห็นอยู่ก็หลายคน เคยอ่านพบว่า เกย์มีหลายแบบ ทั้งระดับของความต้องการก็มีหลายระดับ บางคนอยู่ได้ด้วยเซ็กส์ คือต้องมีเรื่อยๆ หรือบางคนก็มีบ้างก็ดี ไม่มีก็ไม่เดือดร้อน และบางคนอยากมีความรักแต่ไม่ค่อยอยากจะมีเซ็กส์ ซึ่งผมพบว่ามีสาเหตุได้หลายอย่างนะครับ ตั้งแต่ กลัวความเจ็บเวลามีสัมพันธ์ (มักจะเป็นฝ่ายรับที่เจ็บ) ซึ่งผมพบว่าไม่ใช่เกย์ที่แสดงบทรับทุกคนจะมีความสุข ตอนที่มีความสัมพันธ์นะครับ บางคนก็ไม่รู้สึกอะไร แต่ทำไปเพราะต้องการให้แฟนมีความสุขเท่านั้นเอง หรือบางคนจริงๆ แล้วชอบเป็นบทบาทรุกมากกว่า แต่ว่าคบกับแฟนที่เป็นรุกเหมือนกันก็เลยต้องยอมให้เขา ซึ่งพวกนี้ก็จะไม่ค่อยอยากมีเหมือนกัน เพราะไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ บางกรณีก็มาจากปัญหาทางสรีระนะครับ สำหรับฝ่ายรับก็พบว่ามีโรคบางโรคที่ทำให้มีปัญหาเวลามีสัมพันธ์ เช่น โรคริดสีดวง จะทำให้เจ็บมากและมีเลือดออก ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน ดังนั้นคนที่เป็นโรคนี้ ก็อาจจะไม่อยากจะมีสัมพันธ์เท่าไร (ในบทบาทรับ) พวกบทบาทรุกก็มีปัญหาได้เหมือนกันเช่นคนที่เวลาไปรุกคนอื่นแล้ว เจ็บ ซึ่งเป็นได้จากทางปัญหาเกี่ยวกับส่วนหุ้มปลายไม่เปิดดี (อาจแก้ได้โดยการไปขลิปหนังหุ้มปลายนะครับ) จะเห็นว่า มีสาเหตุหลายแบบจากทางเรื่อง ความต้องการทางเพศ สุขภาพ ยังมีประเด็นอื่นได้อีกนะครับ คือเรื่องของประสบการณ์จอนที่มีสัมพันธ์กัน มันจะทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเบื่อ หรือต้องการหลีกเลี่ยงได้ เช่นคำพูดบางคำที่อีกฝ่ายไม่อยากฟัง หรืออุบัติเหตุอื่นๆ ที่อาจทำให้อีกฝ่ายจดจำไปนาน พวกนี้ก็มีผล หรือความเบื่อก็มีโอกาสเป็นได้เช่นกัน ถ้ามีสัมพันธ์แบบเดิมๆ กับคนเดิม อาจทำให้บางคนเบื่อ ไม่ตื่นเต้น คนพวกนี้จึงต้องการหาคู่ไปมีสัมพันธ์ใหม่ หรือไปซื้อบริการ หรือหาคู่ชั่วข้ามคืน ดยไม่ได้อยากมีความผูกมัดอะไร แต่ก็ต้องระวังเรื่องการป้องกันการติดเชื้อให้ดีนะครับ สำหรับคนที่ชอบแบบนี้ และมาถึงกลุ่มที่ไม่ได้มีความสุขกับการแสดงบทบาทรุกหรือรับ ก็อาจจะมีสัมพันธ์กันน้อยมาก โดยไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตขาดอะไรไปได้เช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้น คนส่วนใหญ่จะใช้การระบายความต้องการด้วยตนเอง เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเหมือนกัน ซึ่งต่างกันในด้านจิตใจเฉยๆ ว่าบางกลุ่มจะรู้สึกแย่ ที่ต้องทำด้วยตัวเอง กับบางกลุ่มรู้สึกเฉยๆ มองว่าสะดวก ปลอดภัย ดีกว่าไปทำกับคนอื่นเสียอีกก็มี อันนี้นานาจิตตังนะครับ คนเราชอบต่างกัน โดยสรุปแล้วผมมองว่า เรื่องที่สำคัญสำหรับการมีคู่ที่มีความสุขก็คือ ทั้งสองคนควรจะมีระดับและลักษณะความต้องการที่คล้ายคลึงกัน จะทำให้อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขไม่มีปัญหานะครับ ผมพบว่าปัญหาในหลายๆ คู่ ก็มาจากความต้องการตรงนี้ที่ไม่ตรงกันนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ว่าแฟนชอบไปเที่ยวซาวน่าแล้วอีกคนหนึ่งก็เสียใจ หรือว่าคนหนึ่งต้องการอีกคนไม่ต้องการจะมีอะไรกัน หรือว่า ต่างฝ่ายต่างต้องการไปมีอะไรกับคนอื่น รวมไปถึงคู่ที่ใช้นโยบาย ความสัมพันธ์แบบเปิด ที่ยอมให้เอาบุคคลที่สามเข้ามามีสัมพันธ์ร่วมกันได้ นะครับ หากมีโอกาสคงได้คุยถึงเรื่องเหล่านี้ต่อไปนะครับ *ความเห็นและคำแนะนำของผม มาจากประสบการณ์ของผมเอง และแง่คิดจากปัญหาและประสบการณ์ของคนที่รู้จัก อาจถูกหรือผิด แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนซึ่งก็ต่างกันไป ควรพิจารณาให้ดีถึงความเหมาะสม ความปลอดภัยต่อสถานะ และความมั่นคงของชีวิตของเราก่อนนำไปใช้นะครับผม โชคดีครับ
,มันทรมานใจมากๆๆๆๆๆครับ ที่เรากับเขาต้องถูกกีดกัน สักวันเราจะหนีกันไปไห้ไกล้แสนไกล
เสียใจครับ ผมต้องทำไงดี
สวัสดีครับ @winnie ผมมีความเห็นและคำแนะนำดังนี้ครับ เรื่องแรกพี่ดีใจด้วยกับที่สามารถคุยกันกับเค้าได้เหมือนเดิมแบบเพื่อนนะครับผม คงทำให้น้องสบายใจขึ้นบ้าง เรื่องเพื่อนตำรวจ พี่คิดว่าเป็นได้สองแบบทั้งเค้าแซวเล่นๆ นะครับ ไม่ได้คิดอะไรกับเรา อาจอยากพิสูจน์เพื่อนตำรวจตัวเองมากกว่าก็ได้นะครับ กับอีกแบบคือเค้าชอบเรา อยากส่งสัญญาณให้ว่า ถ้าชอบเค้าก็เอาของให้เค้าแทนสิ (มีโอกาสแต่สัก 30% เท่านั้นะครับ) กรณีนี้พี่คิดว่า ถ้าน้องชอบเพื่อนตำรวจจริงๆ ก็ต้องลองคุยกับเค้าดู แบบลองเชิงก่อนว่า เค้าชอบเราเหรอ แต่อย่าเพิ่งบอกว่าเราชอบเค้ามั้ย ถ้าเค้าตอบรับในเชิงว่า "ชอบไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเราไม่ได้ชอบเค้า" หรือว่า "ถ้าชอบแล้วจะเปลี่ยนมาชอบเค้าแทนมั้ย" แบบนี้ก็อาจจะมั่นใจได้มากขึ้นนะครับ แต่พอน้องให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีแฟนอยู่แล้ว พี่คิดว่าน้องต้องลองคิดดูดีดี ว่าน้องอยากจะคบกับใครมากกว่า ถ้ารักแฟนมากกว่า ก็ควรจะตัดใจจากเพื่อนตำรวจเสียนะครับ เขามีแฟนอยู่แล้ว และดูท่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับเรามากไปกว่าเพื่อนนะครับ แต่ถ้าน้องเลือกตำรวจ น้องก็จำเป็นต้องเลือกอีกว่า จะอยู่อย่างคบสองคนแบบนี้ต่อไป สบายใจหรือเปล่า หรือว่าติดปัญหาอะไร ที่ทำให้เราไม่กล้าบอกเลิกกะแฟนที่คบอยู่ ถ้าเราไม่ได้รักเขาแล้ว อันนี้ต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ พี่ไม่แนะนำให้ใครคบแฟนมากกว่าหนึ่งคน แต่พี่ก็รู้ว่าคนเราชอบต่างกันนะครับ คงบังคับกันไม่ได้หรอก แต่น้องพึงระรึกไว้ว่า โลกนี้ยุติธรรม มีได้ก็ต้องมีเสีย น้องมีความสุขกับการที่มีแฟนมากกว่าหนึ่งคน น้องก็จะมีความเสี่ยงในเรื่องอื่นเพิ่มมากกว่าคนที่เขาคบแฟนคนเดียวนะครับ ความเห็นส่วนตัวพี่คิดว่าน้องต้องลองคิดดูว่า น้องอยากจะมีชีวิตแบบไหน อยากมีแฟนคนไหนมากกว่ากันจริงๆ แล้วเดินต่อไปแนวทางนั้นจะดีกว่านะครับ ส่วนเรื่องของวันเกิด ถ้าพี่แนะนำ เนื่องจากพี่มองว่าตำรวจคนนี้เขาไม่ได้ให้ความสำคัญน้องแบบคนที่จะเป็นแฟนกัน ดังนั้น รักษาความสัมพันธ์ระดับเพื่อนไว้จะดีกว่า อยากบอกวันเกิดเขาก็ทำได้ แต่อย่าคาดหวังว่าเขาจะให้ของขวัญ หรือทำอะไรให้เรา มากไปกว่าคำแฮปปี้เบิร์ทเดย์ (และมีโอกาสที่จะไม่อวยพรด้วยก็ได้นะครับ) ส่วนเรื่องเค้ก พี่คิดว่าไม่ควรเอาเค้กไปให้เขาครับ เพราะมันเข้ารูปแบบเดิมที่น้องเอาของต่างๆ ไปฝากเขา ทั้งๆ ที่เขาแสดงเหมือนว่าไม่ต้องการนะครับ จะทำให้เราเสียใจเปล่าๆ นะครับ *ความเห็นและคำแนะนำของผม มาจากประสบการณ์ของผมเอง และแง่คิดจากปัญหาและประสบการณ์ของคนที่รู้จัก อาจถูกหรือผิด แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนซึ่งก็ต่างกันไป ควรพิจารณาให้ดีถึงความเหมาะสม ความปลอดภัยต่อสถานะ และความมั่นคงของชีวิตของเราก่อนนำไปใช้นะครับผม โชคดีครับ
สวัสดีครับ @champza ผมมีความเห็นและคำแนะนำดังนี้ครับ เสียใจต้องทำอย่างไร? สงบสติอารมณ์ให้ดีดีนะครับ การร้องไห้ออกมาก็อาจช่วยให้เราผ่อนคลายลงได้ เมื่อเราไม่ใช้อารมณ์แล้ว ค่อยๆ คิดถึงสิ่งต่างๆ คิดถึงชีวิตและคนรอบข้าง ครอบครัวของเรา เพื่อนของเรา จะพบว่ามีเรื่องดีดีตั้งมากมายที่เรามองข้ามไปนะครับ และสำหรับทุกความเสียใจ move on! (ก้าวต่อไป) นะครับผม เอาใจช่วยครับ ส่วนเรื่องถูกกีดกัน มีหลายแบบว่าถูกกีดกันจากอะไร จากครอบครัว? หรือเรื่องอื่น ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคน ให้ความสำคัญกับครอบครัวอย่างไร ถ้ายังไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง การที่จะทิ้งครอบครัวไปนั้น มันยากนะครับ ในทางปฏิบัติแล้ว คู่แฟนจำนวนมากที่ออกมาอยู่เองกับแฟนตั้งแต่อายุน้อย กลับคบกันได้ไม่ยืนยาว แล้วจะคิดได้ภายหลังว่าครอบครัวสำคัญกับเราที่สุด และเป็นคนที่รักเราที่สุดนะครับ เรื่องกีดกันนี้ คงต้องแก้ด้วยความเข้าใจ และพิสูจน์ด้วยเวลา นะครับ ใจร้อนไม่ได้นะครับ *ความเห็นและคำแนะนำของผม มาจากประสบการณ์ของผมเอง และแง่คิดจากปัญหาและประสบการณ์ของคนที่รู้จัก อาจถูกหรือผิด แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนซึ่งก็ต่างกันไป ควรพิจารณาให้ดีถึงความเหมาะสม ความปลอดภัยต่อสถานะ และความมั่นคงของชีวิตของเราก่อนนำไปใช้นะครับผม โชคดีครับ